รีเซต

"เอกนิติ" ชู 3 มิติ AI ช่วยรายย่อย ดึงลงทุน บนเวที IMF-World Bank 2026

"เอกนิติ" ชู 3 มิติ AI ช่วยรายย่อย ดึงลงทุน บนเวที IMF-World Bank 2026
TNN ช่อง16
12 ตุลาคม 2569 ( 13:40 )
4

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ภายใต้หัวข้อสำคัญเกี่ยวกับเศรษฐกิจปัญญาประดิษฐ์และการจ้างงาน ได้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยผ่านการนำเสนอของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ในประเด็นยุทธศาสตร์โลกเกี่ยวกับการขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์เพื่อการจ้างงานที่มีคุณภาพ ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ากับโครงสร้างทางเศรษฐกิจมหภาคและจุลภาค เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืนภายใต้กรอบแนวคิดเชิงนโยบายสามประการที่ครอบคลุมมิติการเพิ่มผลผลิต การพัฒนาขีดความสามารถ และการสร้างความเท่าเทียมทางสังคม

ในมิติแรกภายใต้แนวคิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในทุกภาคส่วน รัฐบาลไทยได้มุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิผลการดำเนินกิจการเดิมผ่านการพัฒนาผู้ช่วยอัจฉริยะในนาม "นกกระซิบ" ซึ่งถูกบูรณาการเข้ากับระบบนิเวศของแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินดิจิทัล เครื่องมือดังกล่าวทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมและร้านค้ารายย่อยเกือบหนึ่งล้านแห่ง ในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานระดับจุลภาค การวิเคราะห์ต้นทุนและผลกำไร

ตลอดจนการสังเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินภายใต้ความยินยอมของผู้ใช้งาน นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพาณิชย์ แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมทางการเงินที่ช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการที่ขาดหลักประกันดั้งเดิม

สำหรับมิติที่สองว่าด้วยการสร้างขีดความสามารถใหม่ ประเทศไทยได้ดำเนินยุทธศาสตร์เชิงโครงสร้างเพื่อรองรับห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับสูง ผ่านการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล เซมิคอนดักเตอร์ และบริการคลาวด์ พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาในการยกระดับทุนมนุษย์ผ่านโครงการลดช่องว่างทางทักษะ เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่แรงงานให้สอดรับกับอุปสงค์ของตลาดแรงงานสมัยใหม่

นอกจากนี้ มาตรการลดต้นทุนการประมวลผลหรือค่าโทเค็นยังเป็นกลไกสำคัญในการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ ช่วยให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สตาร์ทอัพ และสถาบันการศึกษา สามารถเข้าถึงทรัพยากรปัญญาประดิษฐ์เพื่อการวิจัยและพัฒนาได้โดยไม่จำกัดอยู่เพียงกลุ่มทุนขนาดใหญ่

ในส่วนของมิติสุดท้ายสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความเป็นธรรมทางสังคมและการปรับตัวของประชาชนอย่างเท่าเทียม ผ่านการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะดิจิทัลในการวิเคราะห์และจัดสรรความช่วยเหลือภาครัฐให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในด้านรายได้ การพัฒนาทักษะแรงงาน และการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ

พร้อมกันนี้ รัฐบาลไทยยังได้เรียกร้องให้เกิดความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับธนาคารโลกและประชาคมระหว่างประเทศ ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การกำหนดบรรทัดฐานการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ และการบูรณาการมาตรการป้องกันความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางดิจิทัลและอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญสูงสุดในการสร้างความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง