เอกชนจี้รัฐหนุนร้านค้าย่อยมีเครื่องวัดอุณหภูมิ-อุปกรณ์ครบ ป้องกันโควิดเบ็ดเสร็จ

เอกชนจี้รัฐหนุนร้านค้าย่อยมีเครื่องวัดอุณหภูมิ-อุปกรณ์ครบ ป้องกันโควิดเบ็ดเสร็จ
มติชน
6 พฤษภาคม 2563 ( 07:38 )
114
เอกชนจี้รัฐหนุนร้านค้าย่อยมีเครื่องวัดอุณหภูมิ-อุปกรณ์ครบ ป้องกันโควิดเบ็ดเสร็จ

เอกชนลุ้น14วันช่วงคลายล็อกดาวน์ จี้รัฐหนุนร้านค้าย่อยมีเครื่องวัดอุณหภูมิ-อุปกรณ์ครบ ป้องกันโควิดเบ็ดเสร็จ

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเพิ่งมีการคลายล็อกดาวน์เพียง 2-3 วันเท่านั้นจึงยังไม่สามารถระบุว่าได้ว่าควรมีการขยายเพิ่มขึ้น หรือควรล็อกดาวน์มากขึ้น เพราะต้องใช้เวลาในการติดตามสถานการณ์ประมาณ 14 วันซึ่งเป็นระยะฟักตัวของไวรัสโควิด-19 โดยธุรกิจที่เปิดให้บริการแต่ต้องมีมาตรการดูแล คือ ร้านตัดผม และร้านอาหาร จากการติดตามแต่ละร้านก็พบว่ามีมาตรการดูแลทั้งหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ เฟสชิว โดยในส่วนของร้านตัดผมพบว่าไม่ค่อยมีปัญหา เพราะข้อขั้นตอนชัดเจน ตัดผมครั้งละ 1 คน ขณะที่ร้านประเภทชาบู ปิ้งย่าง ก็พบว่าทางร้านให้ความร่วมมืออย่างดี มีอุปกรณ์ มีฉากกั้น มีการแยกหม้อ ให้นั่งรอด้านนอก กำหนดเวลารับประทาน 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน

อย่างไรก็ตามพบว่า ในส่วนของร้านอาหารการที่ต้องนั่งห่างกัน 1 เมตรครึ่งถึง 2 เมตร สำหรับร้านอาหารขนาดเล็กยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก จึงได้เห็นเทศกิจออกตรวจและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด โดยพบว่าร้านอาหารขนาดเล็กบางส่วนได้รับการยกเว้น ไม่ต้องมีอุปกรณ์ครบ โดยเฉพาะเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิที่เริ่มมีราคาแพง แต่ในมุมของเอกชนมองว่า รัฐบาลควรเข้ามาดูแลเรื่องนี้ใกล้ชิด ควรกำหนดให้ทุกร้าน ทุกกิจการที่ได้รับอนุญาตให้เปิด ต้องมีอุปกรณ์เพื่อป้องกันโควิด-19 ครบทุกประเภท ไม่ควรผ่อนผัน เพื่อให้ไทยสามารถพ้นโควิด-19ได้จริง เช่นเดียวกับจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ล่าสุดจากการติดตามราคาของเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิพบว่าแพงขึ้นประมาณ 3 เท่าตัว วางขายในออนไลน์ นำเข้าจากจีนอยู่ที่เครื่องละ 3,000 บาท จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท ดังนั้นอยากให้กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ผลิตอาจร่วมกันผลิตเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิที่กำลังเป็นที่ต้องการ เพื่อให้ราคาถูกลงและเพียงพอกับความต้องการ ให้ร้านค้าเล็กๆสามารถซื้อได้ ไม่เช่นนั้นหากผ่อนผัน ปล่อยให้แต่ละร้านดำเนินการ อุปกรณ์ไม่ครบ อาจทำให้ไทยเกิดปัญหามีผู้ติดเชื้อกลับมาจนต้องล็อกดาวน์รอบ 2 เช่นเดียวกับสิงคโปร์ และญี่ปุ่น

นอกจากนี้อีกส่วนหนึ่งที่อยากให้ภาครัฐจับตาและอาจขอความร่วมมือบรรดาเจ้าของพื้นที่สำหรับเช่าที่มีทั่วประเทศให้เห็นใจบรรดาร้านค้าซึ่งปัจจุบันอาจลดค่าเช่าให้อยู่แล้ว แต่ในกลุ่มของร้านอาหารและร้านตัดผมที่เปิดบริการแล้ว กลุ่มนี้อาจไม่ได้กลับมาเปิด 100% หรือมีลูกค้าเข้าร้านปกติ โดยเฉพาะร้านอาหารที่ยังมีข้อจำกัด ทำให้บางร้านเลือกที่จะขายแบบหิ้วกลับบ้านมากกว่านั่งที่ร้าน โดยเจ้าของพื้นที่ให้เช่าควรคงส่วนลด ให้ผู้เช่าจ่ายค่าเช่า 30-40% ต่อไป โดยควรลดราคาให้นาน 6 เดือน เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดต้องใช้เวลาอีกพอสมควรจึงจะกลับมาปกติ เพื่อให้การกลับมาประกอบธุรกิจเป็นการเริ่มต้นที่ดีของทุกภาคส่วน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง