รีเซต

ไขข้อสงสัย “อีโบลา” จะระบาดถึงไทยไหม - ทำไมเชื้อรุนแรงแต่ไม่กระจายเหมือนโควิด?

ไขข้อสงสัย  “อีโบลา” จะระบาดถึงไทยไหม - ทำไมเชื้อรุนแรงแต่ไม่กระจายเหมือนโควิด?
TNN ช่อง16
21 พฤษภาคม 2569 ( 10:45 )

การกลับมาเป็นข่าวของโรค “อีโบลา” จากการระบาดในหลายประเทศของทวีปแอฟริกา ทำให้เกิดความกังวลในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาฯ มองว่า โอกาสที่โรคอีโบลาจะระบาดเข้ามาถึงไทยยังเป็นไปได้ยาก เนื่องจากธรรมชาติของโรคมีความรุนแรงสูง ผู้ติดเชื้อมักมีอาการหนักอย่างรวดเร็ว จึงแทบไม่มีโอกาสเดินทางไกลข้ามประเทศหรือข้ามทวีปได้เหมือนโรคโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่

โรครุนแรงสูง แต่แพร่ระบาดยากกว่าที่คิด

อีโบลาเป็นโรคติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม Viral Hemorrhagic Fever หรือไข้เลือดออกรุนแรง เกิดจากเชื้อไวรัสในตระกูล Filoviridae มีอัตราการเสียชีวิตสูงตั้งแต่ 25-90% ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และศักยภาพของระบบสาธารณสุขในพื้นที่ระบาด

โรคนี้ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 2519 บริเวณริมแม่น้ำอีโบลา ในสาธารณรัฐคองโก ก่อนจะถูกตั้งชื่อตามพื้นที่ดังกล่าว และตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา การระบาดมักเกิดขึ้นในพื้นที่ชนบทของแอฟริกาที่ใกล้ชิดกับสัตว์ป่า 

ศ.นพ.ยง อธิบายว่า โรคที่สามารถระบาดใหญ่ทั่วโลกได้ง่าย มักเป็นโรคที่มีอาการไม่รุนแรงในระยะแรก ทำให้ผู้ติดเชื้อยังสามารถเดินทางและแพร่เชื้อได้ เช่น โควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่ ต่างจากอีโบลาที่ผู้ป่วยมักทรุดหนักอย่างรวดเร็ว จึงเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการแพร่กระจายในวงกว้าง

การระบาดในแอฟริกาและสายพันธุ์ที่ต้องจับตา

ที่ผ่านมา อีโบลามีหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่รุนแรงที่สุดคือ “ซาอี” (Zaire ebolavirus) ซึ่งเป็นต้นเหตุการระบาดใหญ่ในแอฟริกาตะวันตกช่วงปี 2013-2016 มีผู้ติดเชื้อเกือบ 30,000 ราย และเสียชีวิตกว่า 11,000 ราย จนทั่วโลกต้องเร่งพัฒนาวัคซีนเฉพาะสายพันธุ์ดังกล่าว

ส่วนการระบาดล่าสุดที่เกิดขึ้นในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและอูกานดา เป็นสายพันธุ์ “บุนดิบูโย” (Bundibugyo ebolavirus) ซึ่งมีความรุนแรงระดับปานกลาง โดยขณะนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อมากกว่า 250 ราย และเสียชีวิตแล้วกว่า 80 ราย ขณะที่วัคซีนเฉพาะสายพันธุ์นี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนา

การสัมผัสใกล้ชิด คือปัจจัยหลักของการแพร่เชื้อ

รูปแบบการแพร่ระบาดของอีโบลาแตกต่างจากโรคทางเดินหายใจทั่วไป เนื่องจากติดต่อผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง เลือด หรือร่างกายของผู้ติดเชื้อโดยตรง รวมถึงการสัมผัสสัตว์ป่าที่เป็นพาหะ

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคระบาดในบางพื้นที่ของแอฟริกา คือวัฒนธรรมการทำความสะอาดศพก่อนพิธีฝัง ซึ่งทำให้สมาชิกในครอบครัวหรือชุมชนสัมผัสเชื้อโดยตรง

นอกจากนี้ โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ยังถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ เพราะต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และในหลายครั้งที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเสียชีวิตจากการติดเชื้อจำนวนมาก

อาการรุนแรงและเสียชีวิตได้รวดเร็ว

ผู้ป่วยอีโบลามักเริ่มจากมีไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และเจ็บคอ ก่อนพัฒนาไปสู่อาการอาเจียน ท้องเสีย มีผื่น และเกิดภาวะเลือดออกทั้งภายในและภายนอกร่างกาย

ในหลายกรณี อาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่นาน จนกลายเป็นภาวะช็อกและเสียชีวิต ซึ่งความรุนแรงนี้เอง กลับกลายเป็นปัจจัยที่จำกัดการแพร่ระบาดของโรคไปในวงกว้าง

ไทยยังไม่ใช่พื้นที่เสี่ยง แต่ต้อง “รู้ทัน”

แม้องค์การอนามัยโลกยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ความสำคัญกับมาตรการเฝ้าระวัง รวมถึงการพัฒนาวัคซีนเพิ่มเติม แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ประเทศไทยยังอยู่ห่างไกลจากพื้นที่ระบาดหลัก และยังไม่มีปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเกิดการระบาดภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรค เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกเกินเหตุ และเตรียมพร้อมระบบเฝ้าระวังทางสาธารณสุขให้สามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง