รีเซต

ส.อ.ท.ชี้รัฐกู้เงินได้ต้องระวัง"ภาระคลัง"

ส.อ.ท.ชี้รัฐกู้เงินได้ต้องระวัง"ภาระคลัง"
TNN ช่อง16
22 เมษายน 2569 ( 17:08 )
12

นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงแนวคิดของภาครัฐในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินวงเงิน 500,000 ล้านบาท ว่า ในมุมมองส่วนตัวถือเป็นการเตรียมเครื่องมือรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต โดยเฉพาะในภาวะที่ยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านพลังงานและความเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจตามมา

ทั้งนี้ การขยับเพดานหนี้สาธารณะเพื่อเปิดช่องให้สามารถกู้เงินเพิ่มได้ เปรียบเสมือนการขยายวงเงินบัตรเครดิต ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้เต็มวงเงินทันที แต่เป็นการเตรียมความพร้อม หากเกิดความจำเป็นจะได้สามารถนำมาใช้ได้อย่างทันท่วงที 


อย่างไรก็ตาม การใช้มาตรการดังกล่าวควรดำเนินอย่างระมัดระวัง และไม่ควรใช้หากไม่มีความจำเป็น เพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระทางการคลังและกระทบต่อประชาชนในระยะยาว โดยสุดท้ายแล้วจะใช้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และประสิทธิภาพการบริหารของรัฐบาล

ในส่วนของผลลัพธ์จากการกู้เงินในอดีต มองว่า การกู้เงินสามารถช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริง หากนำไปใช้ในลักษณะที่ก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในหลายระดับของห่วงโซ่อุปทาน (ซัพพลายเชน) เช่น การลงทุนหรือกิจกรรมที่สร้างการจ้างงานและกระตุ้นการผลิตในประเทศ แต่หากนำไปใช้เพียงจุดเดียว เช่น การซื้อสินค้านำเข้าโดยไม่ก่อให้เกิดผลต่อเศรษฐกิจภายใน ก็จะไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร และภาคเอกชนไม่สนับสนุนแนวทางดังกล่าว


ส่วนเมื่อประเมินภาพรวมที่ผ่านมา นายนาวาระบุว่า แม้เศรษฐกิจไทยอาจไม่ได้เติบโตสูงมาก แต่ก็ยังสามารถประคองตัวไม่ให้ติดลบได้ สะท้อนว่าการใช้เงินกู้ในอดีตมีส่วนช่วยในระดับหนึ่ง โดยมีทั้งภาคเอกชนและนักวิชาการคอยสะท้อนความเห็นและตรวจสอบการดำเนินนโยบาย

สำหรับข้อเสนอแนะต่อการกู้เงินในรอบนี้ ภาคเอกชนเห็นว่าควรมีมาตรการกำกับ ติดตาม และประเมินผลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การใช้เงินเกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันยังเชื่อมั่นในทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งมีการทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด และที่ผ่านมา ข้อเสนอจากภาคเอกชนได้รับการรับฟังและนำไปปฏิบัติอย่างรวดเร็ว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง