คลังจ่อหนุนคนนอกฐานภาษีติด"โซลาร์เซลล์"

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดของไทย ว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) อย่างเต็มรูปแบบ มาตรการกีดกันทางการค้าเริ่มนำเรื่องสิ่งแวดล้อมมาเป็นเงื่อนไขสำคัญ
เช่น ยุโรปเริ่มใช้มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ตรวจสอบปริมาณการปล่อยคาร์บอนของสินค้าส่งออกไป รวมทั้งในอดีตนั้นโครงสร้างพื้นฐานนักลงทุนต้องการคือ น้ำเสถียร ไฟเสถียร แต่สำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ สิ่งที่นักลงทุนมองหาเพิ่มเติมคือ น้ำสะอาดและไฟสะอาด
ขณะเดียวกันการเข้ามาของเทคโนโลยีเอไอ ถือเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ของโลก ปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การสร้าง แอพพลิเคชั่น แต่คือความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาด (Direct PPA)
ขณะนี้อนุญาตให้เอกชนสามารถลงทุนและซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้โดยตรงโดยไม่มี โควต้าจำกัด ให้สิทธิในการใช้สายส่งไฟฟ้า (Third Party Access) เพื่อให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ตามต้องการ จะเป็นการดึงดูดการลงทุนโดยรัฐบาลไม่ต้องใช้เงินลงทุนเอง รวมทั้งบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก
ต่างตั้งเงื่อนไขว่าไฟฟ้านำมาใช้ประมวลผลระบบเอไอเหล่านี้ต้องเป็นไฟฟ้าพลังงานสะอาดเท่านั้น พร้อมทั้งยกระดับศักยภาพแรงงานไทยให้ตรงตามความต้องการของตลาด และเตรียมพร้อมดาต้าเซ็นเตอร์ ตอนนี้บอร์ดบีโอไอมีนโยบายการอนุมัตินั้น ไม่ใช่เพียงดูแค่ด้านเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อมกับภาคสังคมรวมด้วย
ส่วนความคืบหน้าการเปลี่ยนผ่านพลังงานจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท วงเงิน 2 แสนล้านบาทนั้น สิ่งแรกจะทำคือการทำให้คนอยากติดโซลาร์ เพราะปัจจุบันค่าไฟฟ้ามีราคาแพง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนพลังงานสะอาด มีแผนจะให้เงินอุดหนุนประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะกลุ่มไม่อยู่ในฐานภาษีจะได้สิทธิ์ลดหย่อน อาจเปิดให้ประชาชนสามารถขายไฟฟ้าคืนได้ คาดว่าวงเงินไม่น่าเกินแสนล้านบาท