รีเซต

"ศุลกากร"เร่งเครื่อง 9 เดือนการค้าพุ่ง 19 ล้านล้าน

"ศุลกากร"เร่งเครื่อง 9 เดือนการค้าพุ่ง 19 ล้านล้าน
TNN ช่อง16
27 กรกฎาคม 2569 ( 12:42 )
2

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากรเปิดเผยว่า จากรายงานสถิติการค้าระหว่างประเทศในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ (1 ตุลาคม – 30 มิถุนายน) พบว่า มูลค่าการค้ารวม (นำเข้าและส่งออก) สูงถึง 19 ล้านล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่าการค้า 11 ล้านล้านบาท แบ่งออกเป็น มูลค่าการนำเข้า 10.2 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 23 % ในรูปเงินบาท และ30% ในรูปเงินดอลลาร์ ส่วนมูลค่าการส่งออก 8.8 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 8.4% ในรูปเงินบาท และ14% ในรูปเงินดอลลาร์

ในด้านการจัดเก็บรายได้นั้น กรมศุลกากรทำหน้าที่เป็นหน้าด่านในการเก็บรายได้ประกอบด้วย ภาษีนำเข้า, ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), ภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทย โดยในช่วง 9 เดือนแรก จัดเก็บรายได้ไปแล้ว 476,000 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 31,148 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7% ทั้งนี้คาดการณ์ว่า เมื่อจบปีงบประมาณจะสามารถจัดเก็บได้เกินกว่า 600,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมาที่เก็บได้ 596,000 ล้านบาท 



ทั้งนี้ ประเด็นที่น่าสนใจ คือ อัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยลดต่ำลงอย่างมาก โดยปัจจุบันการนำเข้ามูลค่า100 บาท กรมฯ เก็บภาษีนำเข้าได้เพียง 83 สตางค์เท่านั้น สาเหตุหลักมาจากความตกลงการค้าเสรี(FTA) กับประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่น จีน และอาเซียน รวมถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่มีการใช้สิทธิประโยชน์เติบโตขึ้นเกือบ 40% อย่างไรก็ตาม รายได้หลักที่มาทดแทน คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งขยายตัวตามยอดการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น โดยใน 9 เดือนนี้เก็บ VAT ได้เพิ่มขึ้นถึง 8.4% หรือกว่า 3.08 แสนล้านบาท

อธิบดีกรมศุลกากรกล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ยอดการค้าเติบโตคือการปฏิรูปกระบวนการทำงานให้เป็นดิจิทัล (Digital Transformation) เพื่อสร้างระบบ Ecosystem ที่เอื้อต่อการแข่งขัน โดยมีมาตรการสำคัญ ประกอบด้วย 1.ระบบ NSW และ Electronic D/O ซึ่งเปลี่ยนเอกสารจากกระดาษสู่รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด 


2.Pre-arrival Processing ซึ่งผู้นำเข้าสามารถชำระภาษีล่วงหน้าได้ก่อนที่เรือหรือสินค้าจะมาถึง และ3.การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ด้วย AI ซึ่งกรมฯสามารถลดการสุ่มตรวจสินค้าแบบใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่ลงจาก 30-40% เหลือเพียง 15% และหันไปใช้ระบบ AI และ Algorithm วิเคราะห์ความเสี่ยงแทน โดยปัจจุบันสินค้ากว่า 85% ถูกปล่อยผ่านช่องทาง Green Line เพื่อความรวดเร็ว


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง