รมว.พลังงาน สั่งตรึงดีเซล 7-10 วัน! ใช้กลไกกองทุนน้ำมัน จ่อเจรจาเชลล์ ย้ำไทยไม่ขาดแคลนพลังงาน

Key Highlights
* รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตรึงราคาน้ำมันดีเซล 7-10 วัน
* ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปอุดหนุน
* ประเมินสถานการณ์การสู้รบและผลกระทบต่อราคาตลาดโลกอย่างใกล้ชิด
* ยืนยันน้ำมันไม่ขาดแคลน ตัวเลขสำรอง 60 วันหากหยุดนำเข้า 100% แต่ในความเป็นจริงไทยยังมีการนำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่นที่ไม่ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุชอย่างต่อเนื่อง
* เร่งจัดหาจากแหล่งใหม่ เช่น แอฟริกาตะวันตก อเมริกา และมาเลเซีย
* เตรียมพร้อมรับมือช่วงใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak)
* เพิ่มการผลิตจากพลังงานน้ำ ถ่านหิน และเจรจาซื้อไฟจากลาวเพิ่ม
* ราคาน้ำมันเบนซินอาจขยับราคาขึ้นตามกลไกตลาดโลก
#สงคราม #ทันหุ้น รมว.พลังงาน “อรรถพล” สั่งใช้กลไกกองทุนน้ำมัน อุดหนุนราคาดีเซล ตรึงราคานิ่ง 7-10 วัน เพื่อประเมินสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ชี้กรณีเชลล์ขึ้นดีเซลแรง ทำได้ แต่ตามกลไก ปตท. จะยังตรึงราคาน้ำมันอยู่ เร่งเจรจานำเข้าจากแหล่งใหม่ทั้งอเมริกา-แอฟริกา-มาเลเซีย เสริมความมั่นคง ย้ำชัดไฟฟ้ามีใช้เพียงพอรับมือช่วงพีคปลายเมษายนนี้
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในกรรมกรข่าวคุยนอกจอถึงแนวทางการบริหารจัดการด้านพลังงานท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางว่า ในช่วงสั้นนี้ได้มีนโยบายให้ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปอุดหนุนเพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้มีการขยับขึ้นเป็นเวลาประมาณ 7-10 วัน เพื่อติดตามสถานการณ์การสู้รบและประเมินผลกระทบต่อราคาน้ำมันตลาดโลกอย่างใกล้ชิด หากมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นในอนาคต จะเน้นการปรับแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและภาวะเศรษฐกิจในวงกว้าง
**กองทุนน้ำมันฯ สถานะแกร่ง**
ปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 มีสถานะเป็นบวกอยู่ที่ 2,459 ล้านบาท จากที่เคยติดลบสูงสุดถึง 120,000 ล้านบาท [ฝทำให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะใช้เป็นกลไกในการประคองราคาน้ำมันไม่ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามราคาตลาดโลกที่ปัจจุบันผันผวนอยู่ในระดับ 75-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ในส่วนของน้ำมันเบนซินอาจมีการขยับราคาบ้างตามกลไกตลาด โดยกองทุนฯ จะเข้าไปช่วยดูแลเพียงบางส่วนเท่านั้น
**ยันน้ำมันไม่ขาดแคลน-เร่งหาแหล่งเสริม**
สำหรับความกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน นายอรรถพลยืนยันว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ โดยหากไม่มีการนำเข้าเลยจะสามารถอยู่ได้ถึง 60 วัน แต่ในความเป็นจริงน้ำมันยังคงมีการนำเข้าจากแหล่งอื่นที่ไม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุชอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 40-50% ของการนำเข้าทั้งหมด
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังได้เร่งเจรจาจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งใหม่ๆ เพื่อความมั่นคง เช่น แอฟริกาตะวันตก อเมริกา และมาเลเซีย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ พร้อมขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันไม่ให้กักตุนน้ำมันเกินความจำเป็น และยืนยันว่าสถานีบริการน้ำมันในเครือ ปตท. จะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันในช่วงนี้อย่างแน่นอน
ส่วนกรณีเชลล์ได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลตัว เพิ่มขึ้นถึง 4.20 บาทต่อลิตร นายอรรถพลระบุว่า อาจเป็นเพราะต้นทุนน้ำมันโลกเมื่อวานนี้ปิดตัวสูงขึ้นมาก แต่จะเข้าไปพูดคุยและตรวจสอบ โดยยอมรับว่า บริษัทน้ำมันเอกชนสามารถปรับขึ้นราคาได้เองโดยไม่ต้องรายงานก่อน
แต่ภาครัฐจะใช้วิธีขอความร่วมมือ และใช้ ปตท. เป็นกลไกหลักในการดูแลประชาชน
**รับมือพีคไฟฟ้าปลายเมษาฯ**
ในส่วนของการผลิตไฟฟ้า คาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) จะอยู่ที่ 36,000 เมกะวัตต์ในช่วงปลายเดือนเมษายน โดยได้เตรียมแผนรองรับไว้หลายชั้น ทั้งการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ ถ่านหิน และการเจรจาซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมจากประเทศลาว รวมถึงการจัดหา Spot LNG จากแหล่งอื่นๆ เช่น อเมริกา เพื่อทดแทนการนำเข้าจากกาตาร์หากเกิดปัญหาในการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุช
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
