MTC ไร้กังวลตั้งสำรองลดเป้าพอร์ตสินเชื่อลง

#MTC #ทันหุ้น - MTC ประเมินน้ำท่วมกระทบลูกค้าในระยะสั้น ยังไม่กดดันการตั้งสำรอง เข้มงวดคัดกรองลูกค้าและลดเป้าพอร์ตสินเชื่อปี 2569 เหลือ 8-10% เพื่อคุม NPL เดินหน้ารีไฟแนนซ์ด้วยอันดับเครดิตที่ดีขึ้น ช่วยลดต้นทุนได้สูงสุดราว 1% นักวิเคราะห์คาดกำไร Q3 โตทั้ง YoY และ QoQ คาด NPL ใกล้เคียง 2.61% และคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 44 บาท
ความกังวลของการตั้งสำรองของธุรกิจนอนแบงก์เพิ่มขึ้น หลังจาก บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 642.36 - 652 ล้านบาท ลดลงประมาณ 17.6-19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุมาจากการตั้งสำรองสูงทั้งบริษัทย่อยที่กัมพูชา สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง และธุรกิจ AMC
นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยว่า เหตุการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการตั้งสำรองหนี้ของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นเพียงบางส่วน และลูกค้าส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบในระยะสั้น โดยอาจเลื่อนชำระหนี้ 1 งวด หรือมาเจรจาขอผ่อนชำระบางส่วนในงวดที่ 2-3 เพื่อนำเงินไปฟื้นฟูบ้านเรือน ก่อนกลับมาชำระตามปกติตั้งแต่งวดที่ 4 เป็นต้นไป
สำหรับคุณภาพสินเชื่อ MTC เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองลูกค้ารายใหม่ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่อาจทำให้ลูกค้ากลุ่มใหม่มีความเสี่ยงเป็นหนี้เสีย (NPL) สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทปรับเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 8-10% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 10-15% เพื่อควบคุมคุณภาพสินเชื่อและลดความเสี่ยงจากการเร่งขยายพอร์ต
ทั้งนี้ ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อยังมาจากภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะลูกค้าภาคการเกษตรซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 50% ของพอร์ต และยังเผชิญต้นทุนค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน และปุ๋ยที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่วัตถุประสงค์การขอสินเชื่อบางส่วนเปลี่ยนมาใช้เพื่อเสริมสภาพคล่องในครัวเรือนระยะสั้นมากขึ้น จากเดิมที่เน้นนำไปต่อยอดสร้างอาชีพ อย่างไรก็ตาม ค่างวดสินเชื่อส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 1,000 กว่าบาท และไม่เกิน 2,000 บาทต่อเดือน ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ยังได้รับผลกระทบจำกัด จึงยังไม่เห็นแรงกดดันให้บริษัทต้องเพิ่มสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss : ECL) อย่างมีนัยสำคัญ
“แม้เป้าการเติบโตจะลดลง แต่บริษัทมองว่าอัตราเติบโต 8-10% ยังถือว่าสูงกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมสินเชื่อที่แทบไม่เติบโตในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งเป็นการขยายตัวบนฐานพอร์ตสินเชื่อที่มีขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว จึงยังสร้างการเติบโตของสินเชื่อในระดับที่ดีได้โดยไม่จำเป็นต้องเร่งปล่อยสินเชื่อ เพื่อรักษาคุณภาพพอร์ตให้มีคุณภาพ”
ต้นทุนการเงินต่ำ
นายปริทัศน์ คาดการณ์คาดว่าต้นทุนอัตราดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะต่ำกว่าครึ่งปีแรก และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง แม้สหรัฐจะเริ่มทยอยปรับดอกเบี้ย แต่ด้วยการที่บริษัทได้รับการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของ MTC จาก BBB+ เป็น A- จะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมใหม่และการรีไฟแนนซ์
“หนี้เดิมประมาณ 20-30% ของบริษัทที่เคยกู้ภายใต้อันดับเครดิต BBB+ เมื่อครบกำหนดและสามารถรีไฟแนนซ์ด้วยอันดับเครดิตใหม่ จะช่วยประหยัดต้นทุนดอกเบี้ยได้สูงสุดประมาณ 1% ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัททยอยลดลง”
คาดกำไรแกร่ง
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดกำไรสุทธิของ MTC ในไตรมาส 3/2569 เติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 2/2569 (QoQ) จากสินเชื่อรวมที่ขยายตัวและต้นทุนทางการเงินที่ลดลงตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรอง (Credit Cost) และอัตราหนี้เสีย (NPL Ratio) คาดทรงตัว QoQ โดยได้แรงหนุนจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ช่วยให้การติดตามและจัดเก็บหนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เบื้องต้นคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 7,082 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% YoY คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 44 บาท โดยมองว่าคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับควบคุมได้ และกำไรสุทธิปี 2569-2570 มีโอกาสสูงกว่าคาดจากค่าใช้จ่ายสำรอง (Credit Cost) ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/BV ราว 1.3-1.4 เท่า หรือประมาณ -1.75SD สะท้อนความกังวลด้านคุณภาพสินทรัพย์ไปมากแล้ว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
