TM รับทรัพย์ศูนย์ผู้สูงอายุ ปลุก The Parents ทำเงิน

#TM #ทันหุ้น - TM ใส่เกียร์ดันผลงาน “The Parents” รับอัตราเข้าพักศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกระฉูด เร่งปั้นรายได้บริการฟื้นฟูสุขภาพ-กายภาพบำบัด ฟากธุรกิจหลักส่งสัญญาณมาร์จิ้นกระโดด รับอานิสงส์ดอลลาร์ทรงตัว ปรับราคาขาย เดินเกมย้ายฐานสั่งผลิต OEM ไปจีน กดต้นทุนอยู่หมัด
ดร.สุนทรี จรรโลงบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากกระแสข่าวเกี่ยวกับมาตรฐานการให้บริการของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุบางแห่ง มองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโครงการ The Parents ของบริษัทแต่อย่างใด แต่กลับเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนและครอบครัวตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเข้าเยี่ยมชมสถานที่จริงก่อนตัดสินใจนำผู้สูงอายุเข้ารับบริการ เพื่อประเมินความพร้อมทั้งด้านสถานที่ บุคลากรทางการแพทย์ และระบบการดูแลผู้พักอาศัย
@บริหารจัดการ
ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุตามหลักวิชาการอย่างเคร่งครัด ครอบคลุมการดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้พักอาศัย โดยมีบุคลากรทางการแพทย์คอยให้บริการอย่างใกล้ชิด ตลอดจนให้ความสำคัญกับความสะอาดของสถานที่และคุณภาพอาหาร ซึ่งบริษัทดำเนินการจัดเตรียมเอง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้สูงอายุและครอบครัวที่เข้ามาใช้บริการ
ปัจจุบัน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุของบริษัทมีจำนวนเตียงรองรับผู้เข้าพักประมาณ 65 เตียง โดยมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 45–50 เตียง หรือคิดเป็นอัตราการเข้าพักประมาณ 70–85% สะท้อนถึงความต้องการใช้บริการที่อยู่ในระดับดี ขณะที่อัตราค่าบริการเริ่มต้นประมาณ 45,000 บาทต่อเดือน และสูงสุดประมาณ 120,000 บาทต่อเดือน
สำหรับทิศทางธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุของ TM ซึ่งดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 4 ปัจจุบันมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้จากการดำเนินงานสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ รวมถึงภาระผ่อนชำระเงินกู้กับสถาบันการเงินได้แล้ว สะท้อนถึงแนวโน้มการดำเนินธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ
ในปี 2569 นี้บริษัทตั้งเป้ารายได้จาก The Parents ไว้ที่ประมาณ 35-50 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่ทำได้ราว 22-23 ล้านบาท และคาดว่าธุรกิจ The Parents จะสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้ภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
@ปรับกลยุทธ์
ดร.สุนทรี กล่าวต่อว่า แนวโน้มไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา ภาพรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) มีการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้ปัจจัยสนับสนุนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อยู่ในระดับทรงตัว รวมถึงบริษัทได้ดำเนินการปรับขึ้นราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การจัดหาและสั่งผลิตสินค้าแบบ OEM โดยส่วนใหญ่เปลี่ยนมาสั่งผลิตจากประเทศจีน ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทขยับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
