รีเซต

ฟุ้งสินค้าเกษตรไทยแกร่งส่งออกปี’64 โตเฉียด 16% ทั้งคู่ค้า FTA และอาเซียน

ฟุ้งสินค้าเกษตรไทยแกร่งส่งออกปี’64 โตเฉียด 16% ทั้งคู่ค้า FTA และอาเซียน
ข่าวสด
21 มกราคม 2565 ( 16:35 )
36
ฟุ้งสินค้าเกษตรไทยแกร่งส่งออกปี’64 โตเฉียด 16% ทั้งคู่ค้า FTA และอาเซียน

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด -19 ปี 2564 กระทบต่อเศรษฐกิจโลก แต่ภาพรวมการส่งออกสินค้าเกษตรไทยในช่วง 11 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-พ.ย. 2564) ยังคงแข็งแกร่ง มีมูลค่า 1,273,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.96% จากช่วงเดียวกันของปี 2563 ที่มีมูลค่า 1,098,475 ล้านบาท

หากพิจารณาเฉพาะการค้าระหว่างไทยกับประเทศที่ไทยทำความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement : FTA) ซึ่งไม่นับรวมประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลี อินเดีย ฮ่องกง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบการค้า อยู่ที่ 760,148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.42% การส่งออกสินค้าเกษตรของไทย มีมูลค่ากว่า 597,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.81%

ทั้งนี้ ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้าคิดเป็นมูลค่า 435,120 ล้านบาท ตลาดส่งออกที่ขยายตัวมากที่สุด ได้แก่ อินเดีย จีน สาธารณรัฐเกาหลี นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น ตามลำดับ สำหรับสินค้าเกษตรที่มีการส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยางธรรมชาติ มูลค่า 159,157 ล้านบาท ผลไม้สด มูลค่า 128,818 ล้านบาท สตาร์ชและอินูลิน มูลค่า 46,979 ล้านบาท มันสำปะหลัง มูลค่า 36,034 ล้านบาท กุ้งสด/แช่เย็น/แช่แข็ง มูลค่า 26,210 ล้านบาท และน้ำมันปาล์ม มูลค่า 22,349 ล้านบาท เป็นต้น

นอกจากนี้ การค้าสินค้าเกษตรของไทยกับประชาคมอาเซียน 9 ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงค์โปร์ และเวียดนาม 11 เดือนแรกของปี 2564 เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 การค้ามูลค่าการค้ารวม 402,912 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.71% โดยการส่งออกสินค้าเกษตรไทย มีมูลค่า 279,737 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.01% ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า คิดเป็นมูลค่า 156,563 ล้านบาท

ทั้งนี้ ไทยส่งออกไปยังมาเลเซีย เป็นอันดับหนึ่ง และรองลงมา ได้แก่ เวียดนาม และ กัมพูชา ตามลำดับ สินค้าเกษตรส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องดื่มประเภทนมยูเอชที นมถั่วเหลือง มูลค่า 42,297 ล้านบาท น้ำตาลและผลิตภัณฑ์จากน้ำตาล มูลค่า 35,054 ล้านบาท ยางพารา (ธรรมชาติ) มูลค่า 27,057 ล้านบาท ของปรุงแต่งเบ็ดเตล็ดที่บริโภคได้ มูลค่า 25,928 ล้านบาท และของปรุงแต่งจากธัญพืช แป้ง และนม มูลค่า 22,583 ล้านบาท

ด้านนายวินิต อธิสุข รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กล่าวว่า จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า สถิติการค้าสินค้าเกษตรไทย ยังถือว่ามีทิศทางที่ดี โดยส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการเริ่มมีการปรับตัวตามสภาวการณ์ ทำให้ไทยมีโอกาสและแนวโน้มในการส่งออกเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีปัจจัย ที่สนับสนุนภาคการเกษตรไทยจากปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2564

ซึ่งส่งผลดีต่อการเพาะปลูกพืช และการประมง ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดปรับตัวดีขึ้น สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรในการเพิ่มกำลังการผลิต รวมไปถึงการดำเนินนโยบายและมาตรการเชิงรุกและเชิงรับของภาครัฐ การขยายช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ที่ภาครัฐได้มีการส่งเสริมการแสวงหาตลาดทดแทนโดยการจัดทำ FTA

ทั้งนี้ FTA ฉบับล่าสุดของไทยที่เพิ่งจะมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2565 คือ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ที่จะมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าเกษตรที่ไทยมีศักยภาพ จากการที่ชาติภาคีสมาชิกมีการลดและยกเลิกภาษีศุลกากรให้กับสินค้าเกษตรไทยเพิ่มเติมจาก FTA ที่มีอยู่เดิมกับไทย เช่น ผลไม้สดและแปรรูป สินค้าประมง น้ำผลไม้ และแป้งมันสำปะหลัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง