เพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยลดอุณหภูมิเมืองได้ งานวิจัยชี้ ใช้ต้นทุนต่ำแต่ได้ผลสูง

ปัจจุบันหลายเมืองทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาอุณหภูมิพุ่งสูงจนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยอาคารสูงและคอนกรีตซึ่งดูดซับความร้อนเอาไว้แม้ว่าพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้วก็ตาม ปรากฏการณ์นี้กลายเป็นเรื่องปกติในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน พื้นที่เมืองดูดซับความร้อนมากกว่าพื้นที่ชนบท เนื่องจากเต็มไปด้วยตึก อาคารสูง ซึ่งใช้วัสดุคอนกรีต แอสฟัลต์ ที่มีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อนจากแสงแดดในตอนกลางวัน และคายความร้อนออกมาในตอนกลางคืน เกิดเป็นปรากฏการณ์ “เกาะความร้อนในเมือง” หรือ Urban Heat Island
ท่ามกลางวิกฤตสภาพอากาศที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ “ต้นไม้ในเมือง” อาจเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้คนสามารถรับมือกับอากาศร้อนในเมืองได้ เนื่องจากต้นไม้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนประกอบเพื่อความสวยงามของเมืองเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องปรับอากาศตามธรรมชาติที่ช่วยสร้างร่มเงา ลดอุณหภูมิพื้นผิว ช่วยเพิ่มความชื้นให้กับชั้นบรรยากาศด้วยกระบวนการคายน้ำ โดยพื้นที่ที่มีต้นไม้หนาแน่น และมีพื้นที่สีเขียวจำนวนมากสามารถช่วยลดอุณหภูมิของเมืองเฉลี่ยได้ถึง 3 องศาเซลเซียส และยังช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นอีกด้วย
ข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่า พื้นที่ของเมืองที่มีต้นไม้ 5-8% จะส่งผลให้ผู้คนต้องเผชิญกับความร้อนโดยตรง คลื่นความร้อนก่อให้เกิดผลกระทบต่อกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง เสี่ยงต่อโรคลมแดดหรือฮีทสโตรกได้มากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า
แม้ว่าการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองจะเป็นวิธีที่สามารถลดอุณหภูมิเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีต้นทุนต่ำ แต่การเลือกสายพันธุ์ของต้นไม้นั้นมีความจำเป็นต่อการอยู่รอดท่ามกลางสภาพอากาศร้อนเช่นกัน ต้นไม้บางสายพันธุ์สามารถทนต่อความร้อนในเมืองได้ดีกว่าสายพันธุ์อื่น เช่น Red Maple และ Northern Catalpa ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ทีในพื้นที่เมือง แต่ขณะเดียวกันต้นไม้บางสายพันธุ์ก็ไม่สามารถปรับตัวท่ามกลางสภาพอากาศร้อนและดินที่แห้งแล้งได้
นอกจากนี้มนุษย์ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการอยู่รอดของต้นไม้ในเมือง เนื่องจากต้นไม้บางพื้นที่ถูกทำลายจากการปรับเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการสร้างพื้นที่สีเขียวในเมืองไม่ใช่เพียงแค่การปลูกต้นไม้จำนวนมากเท่านั้น แต่ยังจำเป็นต้องได้รับการดูแลในระยะยาวอีกด้วย