รีเซต

"Happitat บางนา" แลนด์มาร์กใหม่โอบล้อมผืนป่าธรรมชาติ ปอดสีเขียวผืนยักษ์เมืองกรุง

"Happitat บางนา" แลนด์มาร์กใหม่โอบล้อมผืนป่าธรรมชาติ ปอดสีเขียวผืนยักษ์เมืองกรุง
TNN ช่อง16
19 สิงหาคม 2569 ( 18:01 )
10

Happitat บางนา โครงการแลนด์มาร์กแห่งความสุขเหนือจินตนาการระดับโลก เตรียมเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นี้ ภายใต้มูลค่าการลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท บนทำเลศักยภาพ บางนา กม.7 

จุดเด่นสำคัญของโครงการนี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่ความครบครันในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งใหม่เท่านั้น แต่คือการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ถักทอเข้ากับผืนป่าธรรมชาติอย่างลึกซึ้งและมีความหมาย พลิกกระบวนทัศน์การออกแบบพื้นที่ของประเทศ ผ่านความร่วมมือกับสถาปนิกและนักภูมิสถาปัตยกรรมระดับโลก เพื่อนำธรรมชาติกลับคืนสู่ชีวิตผู้คนอย่างยั่งยืน 

พื้นที่โครงการได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อเข้าสู่ผืนป่าธรรมชาติขนาดใหญ่ถึง 30 ไร่ด้านหลังโครงการ ซึ่งทำหน้าที่เป็นปอดสีเขียว (Urban Lung) แหล่งฟอกอากาศบริสุทธิ์และสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศของย่านกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกทั้งหมด 

การอุบัติขึ้นของโครงการนี้คือ Master Model สำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมยุคใหม่สามารถโอบอุ้มเยียวยาทั้งจิตใจของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันได้อย่างไร โดยไม่ต้องแยกธรรมชาติออกจากวิถีชีวิตคนเมืองแบบเดิมอีกต่อไป

ภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ป่าปลูกทุ่งสำโรงบางนา

รากฐานของโครงการ Happitat บางนา เชื่อมโยงเข้ากับความเป็นมาดั้งเดิมของท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ในอดีตผืนดินบริเวณบางนา กม.7 แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและบ่อเลี้ยงปลาธรรมชาติที่รู้จักกันในนาม "ทุ่งสำโรง" ในการเข้ามาพัฒนาพื้นที่ของบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) 

คณะทำงานได้ตระหนักถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และพันธุศาสตร์พืช จึงได้ทำการสำรวจและอนุรักษ์ต้นสำโรงยักษ์อายุกว่าร้อยปีที่มีความสูงสง่าถึง 11 เมตรเอาไว้อย่างประณีต เพื่อตั้งเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์สีเขียวของโครงการ ดึงความโดดเด่นของรากเหง้าดั้งเดิมเข้ามามีส่วนร่วมกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว 

เบญจวรรณ อ่องศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจศูนย์การค้า กลุ่มงานศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ ได้ย้ำถึงมิตินี้ในงานเสวนาเปิดโครงการรอบสื่อ เมื่อ 19 ส.ค. ว่า "ที่ดั้งเดิมของตรงนี้เรียกว่าทุ่งสำโรง ซึ่งเรายังมีต้นสำโรงอายุกว่าร้อยปีที่สูงถึง 11 เมตรตั้งอยู่ด้วยค่ะ ซึ่งหาไม่ได้จากที่อื่นอย่างแน่นอน"


ถอดรหัสการออกแบบระดับโลกเพื่อสุขภาวะยั่งยืน

การวางโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของโครงการนี้ตั้งอยู่บนหลักการ Biophilic Design หรือการดึงคุณค่าของธรรมชาติเข้ามาปรับใช้เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีแก่ร่างกายและจิตใจ โดยโครงการได้รับความร่วมมือจากสำนักงานออกแบบสถาปัตยกรรมระดับสากลอย่าง Foster + Partners ร่วมกับ TK Studio บริษัทภูมิสถาปัตยกรรมของไทย 

และมี Atelier Ten สถาบันวิเคราะห์และปรึกษาด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมชั้นนำ ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังโครงการโด่งดังระดับตำนานอย่าง Jewel at Changi Airport ประเทศสิงคโปร์ มาร่วมกันคำนวณและปรับสภาพอากาศระดับจุลภาคภายในอาคารทั้ง 3 หลัง ได้แก่ อาคาร Bloominas, Wonderwild และ Festie Town 

โดยมีการวิเคราะห์ทิศทางแสงแดด กระแสลม และการถ่ายเทความร้อนอย่างเป็นระบบ เพื่อลดอุณหภูมิโดยรอบและสร้างความเย็นสบายตามธรรมชาติให้แก่ผู้มาเยือน


กลไกผืนป่า 10 ปีที่เติบโตจากเมล็ดพันธุ์แท้

ความพิเศษที่สร้างความแตกต่างอย่างเด่นชัดคือผืนป่าสีเขียวขนาดใหญ่ 30 ไร่ด้านหลังโครงการ ป่าดังกล่าวไม่ใช่ป่าที่ใช้วิธีล้อมไม้ใหญ่มาจัดวางเพื่อความสวยงามเพียงชั่วคราว แต่เป็นป่าปลูกที่เพาะเมล็ดพันธุ์พืชแท้ๆ จากทั่วป่าในประเทศไทย และได้รับการดูแลเอาใจใส่และวิจัยร่วมกับนักพฤกษศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญมานานถึง 10 ปี จนเกิดเป็นระบบนิเวศจำลองที่พึ่งพาตนเองได้สมบูรณ์ 

เบญจวรรณ อ่องศรี เผยความจริงเรื่องนี้ว่า "ป่าขนาด 30 ไร่ด้านหลังโครงการนี้เป็นป่าปลูก สมัยก่อนพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นบ่อปลามาก่อน และป่าปลูกนี้ได้รับการปลูกและดูแลมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 10 ปีแล้ว" 

ทางโครงการยังได้ก่อสร้างทางเดินเชื่อมที่เรียกว่า Earthworm ดีไซน์เลียนแบบเส้นทางของไส้เดือน เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่อาคาร Festie Town และ Wonderwild เข้าสู่ทางเดินธรรมชาตินี้อย่างน่าสนใจ


สถาปัตยกรรมระดับสากลและมาตรฐานสุขภาวะองค์รวม

เพื่อตอกย้ำนโยบาย Happy & Healthy Mall ของบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) โครงการนี้จึงได้รับการออกแบบอาคารโดยคำนึงถึงมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อมระดับสูงสุด 

โดยเฉพาะในพื้นที่ส่วน "The Hilltop Offices" อาคารสำนักงานเกรดพรีเมียมสูง 10 ชั้น บนพื้นที่รวมกว่า 24,243 ตารางเมตร ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นบนของอาคาร Wonderwild พื้นที่ทำงานแห่งนี้ได้รับการวางแนวทางเพื่อขอการรับรองมาตรฐาน LEED Gold (Leadership in Energy and Environmental Design) และ WELL Gold เพื่อยืนยันถึงประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน การบริหารจัดการน้ำเสีย การใช้วัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดสารพิษ และการสนับสนุนคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีของคนทำงานภายในอาคารอย่างรอบด้าน


เสียงยืนยันจากผู้บริหารและคนทำงานจริง

คุณเบญจวรรณ อ่องศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจศูนย์การค้า กลุ่มงานศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงเบื้องหลังความทุ่มเทและการก้าวข้ามผ่านกระแสข่าวแง่ลบไว้ในงานเสวนาเปิดตัวอย่างน่าสนใจว่า

"ป่าขนาด 30 ไร่ด้านหลังโครงการนี้เป็นป่าปลูกนะคะ สมัยก่อนพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นบ่อปลามาก่อน และป่าปลูกนี้ได้รับการปลูกและดูแลมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 10 ปีแล้ว... ที่ดั้งเดิมของตรงนี้เรียกว่าทุ่งสำโรง ซึ่งเรายังมีต้นสำโรงอายุกว่าร้อยปีที่สูงถึง 11 เมตรตั้งอยู่ด้วย ซึ่งหาไม่ได้จากที่อื่นอย่างแน่นอน" คุณเบญจวรรณ กล่าว ในวันเปิดโครงการรอบสื่อ เมื่อ 19 ส.ค. 69

"เราเองเป็นคนรักธรรมชาติและมีความรู้เรื่องต้นไม้อยู่แล้ว พอได้เห็นพื้นที่สีเขียวตรงนี้ก็ประทับใจมาก และในฐานะบริษัทใหญ่ หน้าที่ของเราคือการคัดสรรสิ่งแวดล้อมและสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพาร์ทเนอร์และผู้ถือหุ้นทุกคนเพื่อให้ทุกคนภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่... สิ่งที่ Happitat สร้างขึ้นมานี้ไม่มีใครมีและไม่มีใครเลียนแบบได้แน่นอน หากใครต้องการก๊อปปี้แบบนี้เขาต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 10 ปีในการเพาะปลูกสร้างป่าธรรมชาติขึ้นมา" เธอยืนยัน

ปลายทางความสำเร็จและการเปิดประตูต้อนรับผู้คน

แลนด์มาร์กแห่งใหม่นี้ตั้งเป้าการต้อนรับผู้มาเยือนเฉลี่ยสูงถึง 50,000 ถึง 80,000 คนต่อวัน หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 19 ล้านคนต่อปี 

ปัจจุบัน มีร้านค้าพาร์ทเนอร์ลงทะเบียนและเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการประมาณ 197 ร้านค้า ซึ่งมีอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) รวมของโครงการแตะระดับ 85% ภายในสิ้นปี 2569 นี้ 

สำหรับส่วนของพื้นที่สำนักงาน The Hilltop Offices มียอดการขายพื้นที่ไปแล้วกว่า 7.5 ชั้นจากทั้งหมด 10 ชั้น สะท้อนถึงการตอบรับอันยอดเยี่ยมของผู้ประกอบการที่มองเห็นคุณค่าของพื้นที่ทำงานธรรมชาติบำบัดแห่งนี้ โดยมีกำหนดการเปิดตัวเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2569

กรณีศึกษาและการเปรียบเทียบในเวทีระดับโลก

หากเปรียบเทียบโครงการ Happitat กับแลนด์มาร์กระดับโลกอย่าง Jewel at Changi Airport ของสิงคโปร์ จะพบว่ามีความคล้ายคลึงกันในด้านการทำงานร่วมกับสถาบันวิเคราะห์ระดับสูงอย่าง Atelier Ten เพื่อควบคุมสภาพอากาศภายใน 

แต่สิ่งที่มีความพิเศษเฉพาะตัวของโครงการในไทยคือ การเข้าถึงป่าธรรมชาติที่แท้จริงขนาด 30 ไร่ ซึ่งไม่ใช่สวนประดิษฐ์ในร่มที่ใช้การควบคุมความชื้นแบบปิดเพียงอย่างเดียว นวัตกรรมสถาปัตยกรรมนี้จึงถือเป็นมาตรฐานใหม่ (New Paradigm) ของโครงการพัฒนาพื้นที่สาธารณะที่ก้าวพ้นขอบเขตค้าปลีกทั่วไป สู่การเป็นพื้นที่เยียวยาสุขภาวะคนเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถจับต้องได้ในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง