"เงินเฟ้อ"ภาคค้าส่งสหรัฐฯ พุ่งร้อยละ 6 รอบ 3 ปี

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ เดือนเมษายน ปรับตัวขึ้นรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 3 ปี ส่งสัญญาณว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงฝังลึกในระบบเศรษฐกิจ ท่ามกลางต้นทุนพลังงานและต้นทุนภาคบริการที่เร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ผลกระทบจากสงครามอิหร่านและมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มส่งผ่านไปยังราคาสินค้าในวงกว้างมากขึ้น
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI เดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 1.4% จากเดือนก่อนหน้า หลังปรับฤดูกาลแล้ว สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในผลสำรวจของ Dow Jones คาดไว้ที่ 0.5% อย่างมาก และสูงกว่าเดือนมีนาคมที่ถูกปรับทบทวนขึ้นมาอยู่ที่ 0.7% ถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2022
ขณะที่เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 6% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2022 หากไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) เพิ่มขึ้น 1% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 0.4% ส่วนดัชนีที่ไม่รวมอาหาร พลังงาน และบริการด้านการค้า เพิ่มขึ้น 0.6%
รายงานระบุว่า ปัจจัยหลักที่ผลักดันเงินเฟ้อภาคผู้ผลิตให้พุ่งสูงเกินคาด มาจากราคาพลังงาน เช่นเดียวกับที่เคยดันเงินเฟ้อผู้บริโภคให้เร่งตัวขึ้นในรายงานก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เริ่มมีสัญญาณว่าแรงกดดันด้านราคากำลังลุกลามออกไปไกลกว่าราคาน้ำมันหน้าปั๊ม
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า ราว 75% ของการเพิ่มขึ้นในหมวดราคาสินค้า มาจากการพุ่งขึ้น 7.8% ของราคาพลังงานในขั้นสุดท้าย โดยกว่า 40% ของการเพิ่มขึ้นดังกล่าว มาจากราคาน้ำมันเบนซินที่ทะยานขึ้นถึง 15.6% ช่วงเวลาดังกล่าว ราคาน้ำมันตามปั๊มในสหรัฐฯ พุ่งสูงเกิน 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน หลังสงครามอิหร่านสร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงานโลกในวงกว้าง
ดัชนีภาคบริการเพิ่มขึ้น 1.2% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2022 โดยราวสองในสามของการเพิ่มขึ้น มาจากราคาบริการด้านการค้าที่พุ่งขึ้น 2.7% สะท้อนว่าต้นทุนจากมาตรการภาษีอาจเริ่มส่งผลต่อราคาสินค้าอย่างชัดเจนมากขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
