กทม.เปิด 10 ข้อต้องห้าม! ฉีดวัคซีนโควิด-19 ชี้วันแรกราบรื่นทุก รพ.พร้อมบริการ

กทม.เปิด 10 ข้อต้องห้าม! ฉีดวัคซีนโควิด-19 ชี้วันแรกราบรื่นทุก รพ.พร้อมบริการ
มติชน
1 มีนาคม 2564 ( 17:48 )
149
กทม.เปิด 10 ข้อต้องห้าม! ฉีดวัคซีนโควิด-19 ชี้วันแรกราบรื่นทุก รพ.พร้อมบริการ

วันนี้ (1 มีนาคม 2564) พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังเป็น ประธานการประชุมคณะอนุกรรมการการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2/2564 ว่า ที่ประชุมได้กล่าวถึงความพร้อมของการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งวันนี้เป็นวันแรก ที่ กทม.กำหนดให้บริการฉีดวัคซีนแก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน ในพื้นที่เขตติดต่อกับ จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นเขตที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่จำนวนมาก จำนวน 6 เขต ได้แก่ เขตบางขุนเทียน เขตบางบอน เขตหนองแขม เขตจอมทอง เขตบางแค และเขตภาษีเจริญ โดยจากการตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เช้าวันนี้ มั่นใจว่าโรงพยาบาลในสังกัด กทม. และโรงพยาบาลเอกชน 13 แห่ง ที่ร่วมให้บริการฉีดวัคซีน มีความพร้อมเกือบ 100% แต่เนื่องจากเป็นวันแรกของการดำเนินงานจึงอาจมีอุปสรรคข้อขัดข้องบ้างเล็กน้อย ซึ่งจะสามารถแก้ไขได้ในเร็ววันนี้

 

 

พล.ต.ท.โสภณ กล่าวว่า สำหรับวัคซีนโควิด-19 ที่กทม.ได้รับจากรัฐบาลในระยะแรก มีจำนวน 66,000 โดส/เข็ม เป็นวัคซีนของบริษัท ซิโนแวค สามารถฉีดให้ประชาชนได้จำนวน 33,000 คน เนื่องจาก ต้องฉีดวัคซีนคนละ 2 โดส หรือ 2 เข็ม ในระยะเวลาห่างกันประมาณ 3 สัปดาห์ โดยกลุ่มเป้าหมายการให้วัคซีนโควิด-19 ระยะแรก ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน กำหนดให้วัคซีนในสัปดาห์แรก เพื่อเฝ้าสังเกตอาการหากมีอาการไม่พึงประสงค์และสามารถให้การดูแลได้อย่างทันท่วงที จากนั้น สัปดาห์ที่ 2 จะฉีดวัคซีนให้แก่ อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ด้านการพยาบาลพอสมควร ซึ่งหากเกิดอาการไม่พึงประสงค์จะสามารถดูแลตนเองได้ในระดับหนึ่ง

 

 

“โดยกลุ่มสุดท้ายที่จะได้รับวัคซีนในระยะแรก ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ประกอบด้วย 1.โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง 2.โรคหัวใจและหลอดเลือด 3.โรคหลอดเลือดสมอง 4.โรคไตเรื้อรัง 5.โรคมะเร็งทุกชนิด ที่อยู่ระหว่างเคมีบำบัด รังสีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัด 6.โรคเบาหวาน 7.โรคอ้วน และประชาชนทั่วไปและแรงงาน (อายุ 18-59 ปี)” รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าว

 

 

สำหรับข้อจำกัด หรือข้อห้ามของบุคคลที่ไม่สามารถรับการฉีดวัคซีนซิโนแวค พล.ต.ท.โสภณ กล่าวว่า ได้แก่ ห้ามฉีดแก่บุคคลที่ 1.มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และอายุมากกว่า 60 ปี 2.หญิงตั้งครรภ์ อยู่ระหว่างให้นมบุตรหรือหญิงที่วางแผนที่จะตั้งครรภ์ภายในระยะเวลาการฉีดวัคซีน 3.ผู้ที่เคยได้รับการถ่ายเลือด พลาสมา ผลิตภัณฑ์จากเลือด ส่วนประกอบของเลือด อิมมูโนโกลบุลิน ยาต้านไวรัส หรือแอนติบอดีสำหรับการรักษาโควิด-19 ภายใน 90 วันที่ผ่านมา 4.ผู้ที่มีอาการไม่คงที่ ไม่สามารถควบคุมอาการของโรคได้ เช่น เจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย ใจสั่น 5.ผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับสมองหรือระบบประสาทอื่นๆ 6.ตรวจพบเชื้อโควิด 19 ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา 7.มีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน หรือนอนรักษาตัวและออกจากโรงพยาบาลไม่เกิน 14 วัน 8.มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน 9.มีภาวะเลือดออกง่ายหรือหยุดยาก เกร็ดเลือดต่ำการแข็งตัวของเลือดผิดปกติหรือได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด 10.กำลังมีอาการป่วย เช่น มีไข้ หนาวสั่น หายใจลำบาก อ่อนเพลียกล้ามเนื้อ

 

 

“อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วขอให้สังเกตอาการตนเอง หากมีอาการ เช่น ไม่มีแรง แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน มีไข้ หรือปวดศีรษะ ปวดบวมแดงร้อนบริเวณที่ฉีดวัคซีน ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก มีผื่นลมพิษ หรือมีอาการอื่น ๆ เช่น ท้องเสียไม่ทราบสาเหตุ ให้รีบพบแพทย์ ณ สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือโทรปรึกษา สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อไป” รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง