ผู้ว่าฯนครพนม สั่งคลายล็อก เข้า-ออกจังหวัด เพิ่มกฎเหล็กสวมแมสก์ งดขายสุราต่อ

ผู้ว่าฯนครพนม สั่งคลายล็อก เข้า-ออกจังหวัด เพิ่มกฎเหล็กสวมแมสก์ งดขายสุราต่อ
มติชน
29 เมษายน 2563 ( 18:31 )
100
1
ผู้ว่าฯนครพนม สั่งคลายล็อก เข้า-ออกจังหวัด เพิ่มกฎเหล็กสวมแมสก์ งดขายสุราต่อ

เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายสยาม ศิริมงคลผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 หลังมีมาตรการเข้ม ต่อเนื่อง มาตั้งแต่ช่วงกลางเดือน มีนาคมที่ผ่านมาส่า โดย จ.นครพนม มีสถิติผู้ป่วยสะสม 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อที่เดินทางกลับมาจากทำงานต่างจังหวัด ล่าสุดทางทีมแพทย์ที่ดูแลได้ยืนยันผลการตรวจรักษาไม่พบเชื้อ และส่งตัวกลับไปฟักฟื้นที่บ้านทั้ง 2 ราย แต่ยังต้องมีการเฝ้าระวังสังเกตอาการ ต่อเนื่อง

ล่าสุดทางจ.นครพนม ได้ประชุมหารือกับ คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดนครพนม รวมถึง เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้ มีมติเพิ่มเติมในการออกมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด19 หลังมีการออกคำสั่งล็อกดาวน์ ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ห้ามเข้าออกจังหวัด โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งวันนี้ได้มีมติคลายล็อก แต่ยังคงเพิ่มมาตรการเข้ม ในการตรวจคัดกรอก ซักประวัติการเดินทางเข้าออกต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังได้คลายล็อกให้ประชาชนได้ค้าขายในพื้นที่ตลาด ผ่อนปรนให้กับพี่น้องประชาชน เช่น เกี่ยวกับตลาดสดได้ผ่อนผันให้เปิดได้ในช่วงกลางวัน ตั้งแต่ 5.00 -18.00 น. ส่วนตลาดที่มีลักษณะเป็นตลาดโต้รุ่ง ตลาดนัดตลาดชุมชน ให้เปิดในเวลา 16:00 – 20.00 น. แต่ต้องผ่านมาตรฐานการตรวจสอบจากทางอำเภอและทางสำนักงานสาธารณสุขอำเภอก่อนจึงจะสามารถเปิดได้ ในส่วนของการเดินทางเข้าออกจังหวัดนครพนมทั้งทางบกและทางอากาศนั้นหลังวันที่ 1 พฤษภาคม ไม่ต้องขออนุญาตแล้วแต่ก่อนที่จะผ่านเข้ามาในจ.นครพนมจะต้องมีการตรวจคัดกรองและให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ก่อนว่าไปที่ไหน พักอยู่ที่ไหน ประวัติก่อนหน้า 14 วันเป็นอย่างไร เพื่อที่จังหวัดจะได้ประมวลข้อมูลทั้งหมดและส่งต่อไปยังอำเภอและพื้นที่ ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.เข้าไปติดตามทุกรายที่เข้ามา

นายสยาม เปิดเผยอีกว่า ส่วนมาตรการด้านอื่นๆ ยังคงห้ามคนต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่จังหวัดนครพนมยกเว้นกรณีที่ได้รับอนุญาต ส่วนด่านชายแดนจุดผ่อนปรนอำเภอต่างๆ ยังคงปิดการเข้าสออก และ ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพ 3 ยังคงห้ามเข้าออก ยกเว้นการขนส่งสินค้าที่กำหนดเท่านั้น นอกจากนี้ในส่วนของ สถานประกอบการกลุ่มเสี่ยง ร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ยังคงมีคำสั่งให้ควบคุมสามารถจำหน่ายได้เฉพาะกลับบ้าน รวมถึงสิ่งของที่จำเป็น อาหาร เท่านั้น ที่สำคัญยังได้มีคำสั่ง ห้ามจำหน่าย สุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทุกชนิดไปถึงวันที่ 15 พฤษภาคม รวมถึงการออกคำสั่งเข้ม ให้ประชาชน ในพื้นที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ ทุกหน่วยงาน สวมหน้ากากอนามัย ทุกครั้ง ก่อนออกจากเคหสถาน หากฝ่าฝืน ให้เจ้าหน้าที่ ดำเนินการ ตามกฎหมายทันที มีโทษปรับสูงสุดถึง 20,000 หมื่นบาท

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชน ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้ความร่วมมือ ทางจังหวัดจะมีการประเมินสถานการณ์ แบบวันต่อ วัน หากพบว่า สถานการณ์ดี ขึ้น มั่นใจจะไม่เกิดการระบาด จะมีการคลายล็อก ผ่อนปรน เป็นกรณีไป ขอให้มั่นใจ ทางจังหวัดเข้าใจในความเดือดร้อนของประชาชน แต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง