เดือด! "ทรัมป์" สั่งยิงเรือวางทุ่นระเบิดในฮอร์มุซ ดันต้นทุนโลกพุ่ง

สำนักข่าว aljazeera รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้กองทัพเรือสหรัฐยิงและสังหารเรือของอิหร่านที่พยายามวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมยกระดับปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่อย่างเข้มข้น ท่ามกลางความเสี่ยงที่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศจะล่มสลาย
ขณะเดียวกัน กองทัพสหรัฐยังคงสกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน และเดินหน้าปิดล้อมทางทะเลต่อเนื่อง แม้จะมีการขยายเวลาหยุดยิงออกไปแล้วก็ตาม
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก โดยก่อนเกิดความขัดแย้ง มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไหลผ่านเส้นทางนี้ราวร้อยละ 20 ของทั้งโลก การปิดเส้นทางดังกล่าวของอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นทันที และดันราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสหรัฐทะลุ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
ในมุมธุรกิจ ผลกระทบเริ่มลุกลามเป็นวงกว้าง ต้นทุนพลังงานที่พุ่งขึ้น กำลังกดดันอุตสาหกรรมขนส่ง สายการบิน และโลจิสติกส์ทั่วโลก ขณะที่ค่าระวางเรือและประกันภัยทางทะเลมีแนวโน้มปรับขึ้นตามความเสี่ยงสงคราม
สำหรับภาคการตลาด ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มเผชิญแรงกดดันด้านราคา โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่พึ่งพาวัตถุดิบจากปิโตรเคมี เช่น บรรจุภัณฑ์ พลาสติก และสินค้า FMCG ซึ่งมีแนวโน้มต้องทยอยปรับราคาขึ้น
ด้านอิหร่านออกมาตอบโต้ โดยประธานาธิบดี Masoud Pezeshkian (มาซูด เปเซชเคียน) ยืนยันว่าประเทศมีเอกภาพ และพร้อมตอบโต้การกระทำของสหรัฐ ขณะที่ยังคงยืนกรานให้ยกเลิกการปิดล้อมเป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนกลับสู่การเจรจา
สถานการณ์ล่าสุดยังคงตึงเครียด หลังทั้งสองฝ่ายเดินหน้าสกัดกั้นและควบคุมเรือพาณิชย์ในพื้นที่ เพิ่มความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะปะทุขึ้นอีกครั้ง
นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากวิกฤตยืดเยื้อ อาจเกิด "Energy Shock ระลอกใหม่" ที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อทั่วโลก กำลังซื้อผู้บริโภค และกลยุทธ์การตั้งราคาของแบรนด์ในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งจะกลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคธุรกิจในช่วงต่อจากนี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
