"กองทุนน้ำมันฯ"ควัก1.2พันล้านตรึงดีเซล

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยระบุว่า
ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายการตรึงราคาสินค้าน้ำมันดีเซล เป็นเวลา 15 วัน หลังจากนั้นตามแผนที่นายกรัฐมนตรีสั่งไว้ ในช่วงนี้หลังจาก 15 วัน จะขยับราคาน้ำมันดีเซลจะค่อยๆ ปรับจาก 29.94 บาท ไปสู่ระดับ 31.94 บาท เพื่อลดภาระการชดเชยของกองทุนน้ำมัน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมใช้เครื่องมือทางภาษี โดยเฉพาะการลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งเมื่อรวมกับภาษีอื่นๆ แล้วมีมูลค่าใกล้เคียง 10 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยตรึงราคาไม่ให้กระทบต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพ รวมทั้งหน้าโรงกลั่น จะเป็นกลไกสุดท้ายที่จะเข้าไปหารือ หากพูดคุยกันไม่ลงตัวรัฐบาลก็อาจจะต้องมีมาตรการอื่นๆ เข้าไปจัดการต่อไป
ส่วนสถานะของกองทุนน้ำมันและการแบกรับภาระชดเชย จากการหารือวานนี้ (9 มี.ค.) พบว่า 1 วัน เฉลี่ย 1,200 ล้านบาท จากราคาน้ำมันประกาศวานนี้ 111 เหรียญ แต่ราคามีความผันผวนมาก บางช่วงดิ่งลงเหลือ 95 เหรียญ
จึงต้องรอรอดูราคาประกาศจากตลาดกลางสิงคโปร์รายวันว่าจะลดลงตามตลาดโลกหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปจะปรับลดลง
ดังนั้นภาพรวมในขณะนี้ก็ถือว่าไทยใช้เงินชดเชยอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 1,200 ล้านบาทต่อวัน และปัจจุบันรัฐบาลมีการปรับราคาเบนซินขึ้น 50 สตางค์ พร้อมทั้งลดราคา E20 และ E85 ลง 50 สตางค์ เพื่อจูงใจให้คนสลับมาใช้พลังงานทางเลือกและช่วยลดภาระกองทุน
ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับแพงขึ้นในขณะนี้ ต้องยอมรับว่าการประกาศราคาหน้าโรงกลั่น อิงราคาประกาศตลาดกลางสิงคโปร์มาโดยตลอด ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในแถบเอเชีย แม้โรงกลั่นจะซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้า 1-4 เดือน
แต่ต้นทุนน้ำมันที่นำมาเก็บในแทงค์จะถูกนำมาเฉลี่ยกันทั้งหมด ไม่สามารถแยกออกมาได้ว่าวันนี้จะขายเฉพาะน้ำมันที่ซื้อมาในราคา 60 เหรียญ ดังนั้นในภาวะวิกฤตเช่นนี้ ตลาดสิงคโปร์ อาจมีการเก็งกำไรทำให้ราคากระโดดสูงกว่าราคาน้ำมันดิบโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามเข้าไปดูแล
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
