4 องค์กรใหญ่ชี้ศก.โลกยังรับมือ"สงครามตอ.กลาง"ได้

ผู้นำของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก (World Bank) และองค์การการค้าโลก (WTO) ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า เศรษฐกิจโลกโดยรวมยังคงสามารถรับมือกับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางได้ค่อนข้างดี
อย่างไรก็ตาม ผู้นำของทั้ง 4 องค์กร ซึ่งประชุมร่วมกันเป็นประจำเพื่อประเมินผลกระทบจากสงคราม เรียกร้องให้มีความคืบหน้ามากขึ้นในการยุติความขัดแย้ง และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เนื่องจากสงครามดังกล่าวกำลังเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพด้านราคา
แถลงการณ์ระบุว่า ความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับสูง และผลกระทบจากสงครามอาจยืดเยื้อต่อไป ขณะที่ตลาดพลังงานและการขนส่งสินค้ายังคงเผชิญกับแรงกดดัน
ผู้นำของทั้ง 4 องค์กรให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าทำงานร่วมกัน รวมถึงร่วมมือกับประเทศสมาชิก เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านพลังงาน การค้า และเศรษฐกิจ พร้อมเสริมสร้างความพร้อมในการดำเนินมาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น
นอกจากนี้ ทั้ง 4 องค์กรระบุว่า การให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศต่าง ๆ อาจครอบคลุมถึงการสนับสนุนให้แต่ละประเทศสามารถรับมือกับความท้าทายด้านพลังงาน อาหาร การค้า และเศรษฐกิจได้มากขึ้น
ด้าน IMF คาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะชะลอลงสู่ระดับ 3.0% ในปี 2569 จาก 3.5% ในปี 2568 เนื่องจากผลกระทบจากสงคราม ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 3.4% ในปี 2570
ขณะเดียวกันได้ส่งสัญญาณเตือนว่า เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและอุปสงค์โลกที่ชะลอตัว โดยในรายงาน World Economic Outlook ฉบับปรับปรุงล่าสุด คาดการณ์ว่า “เศรษฐกิจของกลุ่มอาเซียน-5” (อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย) จะขยายตัวเพียง 4.1% ในปี 2569 ลดลงจาก 4.5% ในปี 2568 ก่อนจะฟื้นตัวเป็น 4.3% ในปี 2570
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
