รีเซต

"แม่จ๋าหนูอยากเรียน" สะท้อน 'ความฝัน' ที่ถูกกีดกันด้วยความ 'ยากจน'

"แม่จ๋าหนูอยากเรียน" สะท้อน 'ความฝัน' ที่ถูกกีดกันด้วยความ 'ยากจน'
TNN ช่อง16
20 มีนาคม 2567 ( 12:21 )
30
"แม่จ๋าหนูอยากเรียน" สะท้อน 'ความฝัน' ที่ถูกกีดกันด้วยความ 'ยากจน'

'แม่จ๋า..หนูอยากเรียน' 


คลื่นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในสังคมไทย เป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนอย่างรุนแรง โดยสถิติแสดงให้เห็นว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาสูงถึงหลักแสนคนต่อปี  


สาเหตุหลักของปัญหานี้มาจากความยากจนและสถานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว ทำให้หลายครอบครัวไม่มีรายได้เพียงพอที่จะรับภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา จึงต้องให้บุตรหลานออกจากโรงเรียนไปช่วยทำงานหารายได้เสริม ส่งผลให้โอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของเด็กเหล่านี้ถูกตัดขาด


จากเรื่องราวของเด็ก ที่สละสิทธิ์เรียนเภสัชศาสตร์ ม.ขอนแก่น เนื่องจากปัญหาทางการเงินของครอบครัว เธออยากเรียนตามความฝัน แต่แม่ของเธอกลับพูดว่า “ไม่มีเงินส่ง เรียนไปก็ไม่จบ” นับเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ และสะท้อนให้เห็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงการศึกษา แม้ว่าเด็กคนนี้จะมีความมุ่งมั่นและใฝ่ฝันอยากเรียนต่อ แต่สภาพความยากจนกลับเป็นกำแพงขวางกั้นโอกาสทางการศึกษาของเธอ  




ปัญหาด้านการเงินนับเป็นอุปสรรคสำคัญ ต่อการศึกษาของเด็กๆ หลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกล ครอบครัวที่มีรายได้น้อย หรือครอบครัวที่ประสบปัญหาภาวะยากลำบาก การขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายทางการศึกษาเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวันอีกด้วย 



เด็กไทยจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ ซึ่งส่งผลเสียต่ออนาคตของพวกเขาและประเทศชาติ สาเหตุหลักๆ มีดังนี้: 


1. ปัญหาความยากจน:


ครอบครัวยากจน ไม่มีเงินส่งเสียให้เรียนต่อ

เด็กต้องออกจากโรงเรียนมาช่วยทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว


2. ปัญหาในครอบครัว:


เด็กกำพร้า หรือ ครอบครัวมีปัญหา ไม่สามารถดูแลเด็กได้

เด็กถูกทารุณกรรม หรือ ถูกกดดันจากครอบครัว

เด็กมีปัญหาสุขภาพจิต ไม่สามารถเรียนต่อได้


3. ปัญหาการเข้าถึงการศึกษา:


เด็กอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่สามารถเข้าถึงโรงเรียน

โรงเรียนมีจำนวนจำกัด ไม่เพียงพอต่อจำนวนเด็ก

เด็กไม่มีทุนการศึกษา หรือ เงินช่วยเหลือ


4. ปัญหาตัวเด็กเอง:


เด็กมีปัญหาการเรียน เรียนไม่เก่ง ไม่สามารถเรียนต่อได้

เด็กเบื่อหน่ายการเรียน ต้องการออกจากโรงเรียน

เด็กมีปัญหาพฤติกรรม เกเร ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับโรงเรียนได้



การแก้ไขปัญหาเด็กไทยไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมกันสร้างสังคมที่เด็กทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่ออนาคตที่ดีของเด็กไทยและประเทศชาติ


หน่วยงานที่สามารถขอความช่วยเหลือเรื่องโอกาสในการเรียนต่อ


ภาครัฐ


-กระทรวงศึกษาธิการ: มีทุนการศึกษา เงินช่วยเหลือ และโครงการต่างๆ มากมายสำหรับนักเรียนด้อยโอกาส ติดต่อได้ที่เว็บไซต์ https://www.moe.go.th/ หรือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

-กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.): ให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่ผู้เรียนที่มีฐานะยากจน ติดต่อได้ที่เว็บไซต์ https://www.gsb.or.th/ หรือ สำนักงาน กยศ. ทั่วประเทศ

-พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์: มีเงินช่วยเหลือสำหรับเด็กด้อยโอกาส ติดต่อได้ที่เว็บไซต์ https://www.mdes.go.th/ หรือ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด


ภาคเอกชน


-มูลนิธิ: มีหลายมูลนิธิที่ให้ทุนการศึกษา เงินช่วยเหลือ และสนับสนุนการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาส ตัวอย่างมูลนิธิ เช่น

-มูลนิธิการศึกษาไทย

-มูลนิธิราชประสงค์

-มูลนิธิยุวพัฒน์

-บริษัท: หลายบริษัทมีโครงการ CSR ที่ให้ทุนการศึกษา เงินช่วยเหลือ และสนับสนุนการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาส ติดต่อได้ที่เว็บไซต์ของบริษัท


สถานศึกษา


โรงเรียน: โรงเรียนมีทุนการศึกษา เงินช่วยเหลือ และโครงการต่างๆ มากมายสำหรับนักเรียนในโรงเรียน ติดต่อได้ที่ฝ่ายปกครอง

วิทยาลัยชุมชน: มีทุนการศึกษา เงินช่วยเหลือ และโครงการต่างๆ มากมายสำหรับนักเรียน ติดต่อได้ที่เว็บไซต์ของวิทยาลัย



คลื่นความเหลื่อมล้ำ ซัดเด็กไทยหลุดจากระบบการศึกษาเกิน 1 แสนคนต่อปี


เด็กไทยหลุดจากระบบการศึกษา ย้อนหลัง 5 ปี (2563-2567)


ข้อมูลย้อนหลัง:


ปี 2563: เด็กไทยหลุดจากระบบการศึกษา 87,000 คน สาเหตุหลักมาจากปัญหาความยากจน ปัญหาครอบครัว และปัญหาการเรียน

ปี 2564: ตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 92,000 คน สาเหตุยังคงคล้ายเดิม

ปี 2565: ตัวเลขพุ่งสูงถึง 103,000 คน เริ่มมีสาเหตุใหม่ คือ เด็กไม่ชอบระบบการศึกษา มุ่งสู่การทำงานตั้งแต่อายุน้อย

ปี 2566: ตัวเลขแตะ 110,000 คน

ปี 2567: ตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ 118,000 คน


แนวโน้ม:


-ตัวเลขเด็กหลุดจากระบบการศึกษา มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

-สาเหตุหลักยังคงเป็น ปัญหาความยากจน ปัญหาครอบครัว และปัญหาการเรียน

-สาเหตุใหม่ที่น่ากังวล คือ เด็กไม่ชอบระบบการศึกษา มุ่งสู่การทำงานตั้งแต่อายุน้อย


ผลกระทบ:


เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา มีโอกาสตกงาน หาเลี้ยงชีพได้ยาก เด็กมีโอกาสเข้าไปสู่วงจรอุบาทว์ของความยากจน เด็กมีโอกาสก่ออาชญากรรม ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ 


ปัญหาที่จะเกิดขึ้น เมื่อเด็กไทยไม่ได้เรียนต่อ ไม่ได้รับการศึกษา


การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาชีวิตและอนาคตของเด็ก แต่ปัจจุบันยังมีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้เรียนต่อ ไม่ได้รับการศึกษา ส่งผลต่อทั้งตัวเด็ก ครอบครัว และสังคมในหลายแง่มุม


ปัญหาต่อตัวเด็ก:


ขาดโอกาส: เด็กที่ไม่ได้เรียนต่อ จะมีโอกาสในการหางานทำและเลี้ยงชีพได้ยาก ขาดทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในยุคปัจจุบัน

วงจรอุบาทว์ของความยากจน: เด็กที่ไม่ได้เรียนต่อ มักมีฐานะยากจน มีโอกาสส่งต่อความยากจนไปยังรุ่นลูกหลาน

ปัญหาสุขภาพ: เด็กที่ไม่ได้เรียนต่อ มีโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพได้ยาก

ปัญหาด้านจิตใจ: เด็กที่ไม่ได้เรียนต่อ มักรู้สึกด้อยค่า ไร้ความมั่นใจ มีโอกาสเข้าไปสู่ปัญหาอาชญากรรม


ปัญหาต่อครอบครัว:


ภาระค่าใช้จ่าย: ครอบครัวต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กที่ไม่ได้เรียนต่อ

ปัญหาความสัมพันธ์: ปัญหาเด็กไม่ได้เรียนต่อ อาจนำไปสู่ปัญหาความสัมพันธ์ภายในครอบครัว

ปัญหาความเครียด: ครอบครัวของเด็กที่ไม่ได้เรียนต่อ มักเผชิญกับปัญหาความเครียด


ปัญหาต่อสังคม:


อาชญากรรม: เด็กที่ไม่ได้เรียนต่อ มีโอกาสเข้าไปสู่ปัญหาอาชญากรรม

ความเหลื่อมล้ำ: ปัญหาเด็กไม่ได้เรียนต่อ ยิ่งขยายช่องว่างความเหลื่อมล้ำในสังคม

การพัฒนาประเทศ: ประเทศสูญเสียโอกาสในการพัฒนา


**ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปัญหา และแนวทางแก้ไข**


ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังคงเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย โดยมีสาเหตุหลักมาจาก


1. ช่องว่างในการเข้าถึงการศึกษาระหว่างเด็กในเมืองและชนบท เนื่องจากการขาดแคลนทรัพยากรด้านการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล เช่น ครู สื่อการเรียนการสอน และสิ่งอำนวยความสะดวก


2. สถานะทางเศรษฐกิจและรายได้ของครอบครัว หลายครอบครัวมีรายได้ไม่เพียงพอที่จะรับภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษา ทำให้เด็กต้องออกจากระบบการศึกษา


3. การขาดแคลนงบประมาณด้านการศึกษาจากภาครัฐ รวมถึงการกระจายงบประมาณที่ไม่ทั่วถึง


4. ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ทำให้เด็กหญิงต้องออกจากโรงเรียน 


แนวทางการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ดังนี้


1. ภาครัฐ ต้องจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาให้เพียงพอและกระจายอย่างทั่วถึง จัดตั้งกองทุนการศึกษาและทุนการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส รวมถึงปรับปรุงหลักสูตรและคุณภาพการสอน


2. ภาคเอกชนและองค์กรพัฒนาเอกชน สามารถบริจาคเงินทุนและอุปกรณ์การเรียนการสอน หรือเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาแนะนำแก่นักเรียน


3. ชุมชนและประชาชนทั่วไป ช่วยสนับสนุนและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กในชุมชนของตนเอง


การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาต้องเป็นความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว




เรียบเรียงข้อมูลจาก กระทรวงศึกษาธิการ 

ภาพ : Getty Images 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง