‘กสิกร’ แนะรัฐบาลเพิ่มรอบหมุนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ ชี้อัดเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ หากรอบหมุนยังน้อย

‘กสิกร’ แนะรัฐบาลเพิ่มรอบหมุนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ ชี้อัดเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ หากรอบหมุนยังน้อย
มติชน
11 พฤษภาคม 2563 ( 08:27 )
272
1
‘กสิกร’ แนะรัฐบาลเพิ่มรอบหมุนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ ชี้อัดเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ หากรอบหมุนยังน้อย

 

นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ หากสามารถทำให้เม็ดเงินที่มีอยู่เพิ่มรอบหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากขึ้น จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจมีการเติบโตมากขึ้น อาทิ มาตรการแจกเงิน 5,000 บาท เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 หากผู้ที่ได้รับเงิน 5,000 บาท เก็บเงินดังกล่าวไว้ ไม่ได้นำออกไปใช้ ก็จะไม่เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ

 

แต่หากนำเงินไปใช้ซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบ เงินจะหมุนไปสู่ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง และผู้ผลิตใหญ่ ทำให้เงินจำนวนดังกล่าวหมุนวนไปวนมาหลายรอบมาก จึงเป็นที่มาของการบอกว่า เงิน 5,000 บาท จะต้องแจกให้ถูกคน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินต่อในระบบเศรษฐกิจ รวมถึงหากมีมาตรการช้อปช่วยชาติ ต้องไม่จำกัดที่ 15,000 บาท เพราะต้องดูปริมาณการใช้จริง และกระตุ้นให้เกิดการใช้จริงมากที่สุด

 

นายกวีกล่าวว่า ปัญหาของเศรษฐกิจโลกรวมถึงเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ อยู่ในส่วนของอัตราการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจมีรอบหมุนน้อยลง ซึ่งที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) โลก เติบโตมากขึ้นจากการที่ทุกธนาคารกลางของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจสำคัญในโลก พยายามอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ ผ่านการผลิตธนบัตรออกมาแล้วพยายามดันให้ถึงมือประชาชนมากที่สุด แต่กลับกันรอบหมุนของเม็ดเงินเหล่านั้นน้อยลง อาทิ จีน อัดฉีดเงินเข้าระบบ 1 แสนล้านบาท แต่มีรอบการหมุนของเม็ดเงินนั้นเพียงครึ่งเดียว เท่ากับเม็ดเงินอีกครึ่งหนึ่งหายไป การอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงเห็นผลและมีประสิทธิภาพไม่มากนัก

 

“การแจกเงินจะต้องแจกให้ตรงจุด เพราะหากแจกไปแล้วไม่ใช้ ก็เท่ากับเงินที่ให้ไปไม่ได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ การพยุงเศรษฐกิจหรือกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการแจกเงิน ทำขึ้นเพื่อให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ เพิ่มรอบหมุนให้เท่าเดิม หรือมากกว่าเดิม แต่ปัญหาอยู่ที่พอแจกเงินไปแล้ว ไม่รู้เลยว่าเงินเหล่านั้นจะลงไปสู่ด้านใด จะหมุนเข้ามาในระบบผ่านการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้าหรือไม่” นายกวีกล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง