เจาะลึก “หุ่นยนต์ทหาร” Phantom หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สหรัฐฯ ตั้งเป้าบุกสมรภูมิรบ

ในอนาคตอันใกล้ไม่แน่ว่าสหรัฐอเมริกา รวมถึงประเทศมหาอำนาจทั่วโลก อาจจะมีนักรบพันธุ์ใหม่ที่ไร้เลือดเนื้อ หลังมีบริษัทสตาร์ตอัปด้านหุ่นยนต์ที่หันมามุ่งเป้าพัฒนา “หุ่นยนต์ทหาร” เน้นความสามารถในการทำงานได้ทั้งภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการต่อสู้ในสมรภูมิรบ ตัดจบปัญหาเรื่องความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ให้กับเจ้าหน้าที่ในโรงงาน หรือกองกำลังทหารที่เป็นมนุษย์
ผลงานหุ่นยนต์ที่ว่านี้เป็นของบริษัท ฟาวเดชัน ฟิวเจอร์ อินดรัสทรี (Foundation Future Industries) บริษัทสตาร์ตอัปด้านหุ่นยนต์ในสหรัฐอเมริกา ภายใต้ผลงานชื่อ แฟนทอม (Phantom) โดยวางแผนที่จะผลิตมากถึง 50,000 ตัว ภายในสิ้นปี 2027
แฟนทอม (Phantom) เป็นหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ ที่สามารถจัดการระบบโลจิสติกส์ นำทาง และระบุเป้าหมายได้ด้วยตนเองอย่างอิสระ มาพร้อมคุณสมบัติทางกายภาพที่ใกล้เคียงกับมนุษย์แต่ทรงพลัง ด้วยส่วนสูง 180 เซนติเมตร น้ำหนักตัว 80 กิโลกรัม รองรับน้ำหนักสัมภาระได้สูงสุดถึง 40 กิโลกรัม ความเร็วในการเคลื่อนที่สูงสุด 6.1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แซนเคท พาเธ็ก (Sankaet Pathak) ซีอีโอของบริษัทเผยว่า วิสัยทัศน์ของเขาคือการสร้างหุ่นยนต์ที่ใช้งานได้แบบทวิภาค (Dual-use) คือสนับสนุนทั้งภาคการผลิตและการทหาร โดยเป้าหมายระยะยาวคือการให้หุ่นยนต์รับภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศได้มากขึ้นด้วยตัวเอง แม้กระทั่งการระบุเป้าหมาย และการใช้อาวุธในอนาคต
อย่างไรก็ตาม บริษัทยืนยันว่าการใช้งานทางการทหาร จะต้องเกิดขึ้นโดยมีมนุษย์เป็นผู้ตรวจสอบและสั่งการอนุมัติเสมอ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
สำหรับความน่าสนใจของหุ่นยนต์ แฟนทอม (Phantom) อยู่ที่การออกแบบระบบประมวลผลภายในตัวเครื่อง (Onboard Computing) โดยไม่พึ่งพาการเชื่อมต่อโครงข่ายภายนอกตลอดเวลา ซึ่งบริษัทระบุว่าวิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่างดีเยี่ยม
เมื่อได้รับมอบหมายภารกิจแล้ว หุ่นยนต์จะสามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองเกือบทั้งหมด โดยระบบควบคุมการทรงตัวและการเดิน (Body Controller) ของหุ่นยนต์ จะเป็นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีกลไกการปิดระบบ (Hardware Shutoff) เป็นเกราะป้องกันความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง
การออกแบบและพัฒนาหุ่นยนต์รุ่นนี้ของบริษัท ถือว่าเป็นการฉีกกรอบออกจากเป้าหมายการพัฒนาหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ของคู่แข่งรายอื่น ๆ ที่กำลังเร่งส่งหุ่นยนต์เข้าสู่คลังสินค้าและโรงงานเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน แต่บริษัทกลับเลือกทางที่แตกต่างและชัดเจนกว่าคู่แข่งรายอื่น ด้วยการประกาศตัวเข้าสู่ภาคส่วนการทหารและการป้องกันประเทศอย่างเต็มตัว
ปัจจุบัน ฟาวเดชัน ฟิวเจอร์ อินดรัสทรี (Foundation Future Industries) ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาหุ่นยนต์ เพื่อทดสอบการใช้งานไปที่ภารกิจที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น การเคลื่อนย้ายวัสดุและงานโลจิสติกส์ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนจะเผยโฉมหุ่นยนต์รุ่นที่สองในช่วงเดือนเมษายน ปี 2026 ซึ่งจะถูกออกแบบมาให้ผลิตได้ง่ายขึ้นในปริมาณมากก่อนเริ่มส่งมอบต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
