รีเซต

AHโกยยอดผลิตชิ้นส่วน ปี70วอลุ่มพุ่งรับภาษีอีวี

AHโกยยอดผลิตชิ้นส่วน ปี70วอลุ่มพุ่งรับภาษีอีวี
ทันหุ้น
5 พฤศจิกายน 2569 ( 08:15 )

#AH #ทันหุ้น – AH  คาดวอลุ่มผลิตชิ้นส่วนในประเทศพุ่งขึ้นมหาศาล  หลังครม.เคาะขึ้นภาษีรถอีวีเป็น 35% มีผลปีหน้า “ผู้บริหาร” ลั่น พร้อมรับผลิตทุกแบรนด์ เดินหน้ากระจายฐานผลิตในจีน-ยุโรป-สหรัฐ ลุยแตกไลน์ธุรกิจโซลาร์เซลล์-แบตเตอรี

นายเย็บ ซู ชวน ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH ผู้ประกอบธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากการที่ ครม.เห็นชอบปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นำเข้าทั้งคันเพิ่มเป็น 35% จากเดิม 10% เริ่มมีผลวันที่ 1 มกราคม 2570 ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทยอย่างมาก จากเดิมที่ค่ายรถเน้นการนำเข้ารถทั้งคันเข้ามาลองตลาด เมื่อมีมาตรการทางภาษีทำให้ต้องผลิตในประเทศ ดังนั้นค่ายรถต่างๆ จึงต้องเข้ามาลงทุนตั้งโรงงาน

@ พร้อมผลิตชิ้นส่วน

ทั้งนี้ค่ายรถยนต์ต่างชาติ โดยเฉพาะค่ายรถจีน เช่น MG, Changan, Chery, GWM ที่มีการตั้งโรงงานผลิตในไทยเรียบร้อยแล้ว จะช่วยเพิ่มปริมาณงานผลิตชิ้นส่วนในประเทศอย่างมหาศาล ขณะเดียวกันเมื่อการนำเข้ารถยนต์ลดลงการแข่งขันราคารถในประเทศจะลดลงตาม ทำให้ผู้ผลิตและประกอบการในประเทศสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น อาทิ ค่ายรถญี่ปุ่นในอดีต เช่น รถปิกอัพที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงถึง 90% จะสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง

ขณะที่ AH บริษัทมีความพร้อมผลิตชิ้นส่วนส่งมอบให้กับทุกยี่ห้อ ทั้งค่ายญี่ปุ่นและค่ายอื่นๆ โดยโครงสร้างชิ้นส่วนของรถ EV และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) มีความใกล้เคียงกันมาก เช่น งานยาง, งานบอดี้เหล็ก และประตู ซึ่งข้อแตกต่างหลักมีเพียงระบบขับเคลื่อนเท่านั้น โดยรถ EV ใช้แบตเตอรี่ ส่วนรถยนต์ทั่วไปใช้เครื่องยนต์ นอกนั้นตัวรถเหมือนกันทั้งหมด

@ ขยายฐานส่งออก

อย่างไรก็ดียอดการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยซบเซาลงอย่างมาก โดยลดลงจากจุดสูงสุดในปี 2555 ที่เคยผลิตได้ 2.4 ล้านคัน เหลือเพียง 1.5 ล้านคันต่อปีในปัจจุบัน ขณะเดียวกันยังเสียตำแหน่งยอดขายรถยนต์อันดับ 1 ในอาเซียน ให้กับมาเลเซีย แต่ไทยยังคงรักษาสถานะศูนย์กลางการผลิตอันดับ 1 ในภูมิภาคไว้ได้

 ขณะที่ AH ยังคงเติบโตได้เนื่องจากมีการกระจายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศทั้งในจีน, ยุโรป และสหรัฐฯ ส่งผลให้ปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศมากกว่า 50% ทำให้ผลประกอบการโดยรวมยังเติบโตได้ดี ทั้งนี้บริษัทเพิ่งเปิดโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐฯ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานเพิ่มเติม โดยมีนโยบายพร้อมเปิดโรงงานใหม่ในทุกพื้นที่ที่มีโอกาส

 อีกทั้ง AH ยังได้มีการเริ่มขยายเข้าสู่ธุรกิจระบบโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี (BESS) ซึ่งจะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยปัจจุบันมีการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรีตามบ้านเรือน เพื่อนำพลังงานมาใช้ชาร์จรถยนต์ EV มองเป็นโอกาสในการขายรถยนต์ควบคู่กับชุดโซลาร์เซลล์และแบตเตอรีบ้าน แต่ทั้งนี้ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ยังคงเป็นธุรกิจหลัก ส่วนธุรกิจใหม่จะเข้าไปเมื่อเห็นโอกาสที่เหมาะสม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง