รีเซต

'บิ๊กตู่' อารมณ์ดี ฮัมเพลงแต่ถอนหายใจ ‘ลั่น’ ทำทุกทาง คลี่คลายโศกเศร้า-ทุกข์ตรมปชช.

'บิ๊กตู่' อารมณ์ดี ฮัมเพลงแต่ถอนหายใจ ‘ลั่น’ ทำทุกทาง คลี่คลายโศกเศร้า-ทุกข์ตรมปชช.
มติชน
5 กรกฎาคม 2565 ( 15:55 )
109
'บิ๊กตู่' อารมณ์ดี ฮัมเพลงแต่ถอนหายใจ ‘ลั่น’ ทำทุกทาง คลี่คลายโศกเศร้า-ทุกข์ตรมปชช.

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 5 ก.ค.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับบรรดารัฐมนตรีไม่เคย หลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีท่าที่ผ่อนคลายโดยพูดคุยกระเซ้ากับสื่อมวลชนก่อนให้สัมภาษณ์ อย่างอารมณ์ดี โดยมีการฮัมเพลงในลำคอ ก่อนจะถอนหายใจยาว “เฮ้อ!”พร้อมถามสื่อมวลชนว่า “ ทานข้าวหรือยัง แต่บางคนคงไม่ต้องทานเยอะ เพราะตัวอ้วนอยู่แล้ว”

 

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยวันนี้เรายังมีปัญหาหลายอย่างที่จำเป็นต้องร่วมมือในการแก้ไข ตนในฐานะรัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่เพื่อดูแลช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของพี่น้องที่มาจากวิกฤตพลังงานของโลกที่เกิดขึ้น และตนก็เข้าใจดี ทุกคนเข้าใจ ครม.เข้าใจถึงความลำบากของประชาชนในพื้นที่ในยามนี้ ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าประเทศไทยมีแผนยุทธศาสตร์เพื่อรองรับสถานการณ์ ทั้งระยะสั้น 3 เดือน ระยะกลาง 6 เดือน และระยะยาว 1 ปี เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะไม่เกิดการขาดแคลนทั้งด้านพลังงานและอาหาร โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เพื่อเร่งรัดจัดทำมาตรการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมากที่สุด

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า และเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง การประชุม ครม.วันนี้มีการอนุมัติจัดสรรงบประมาณปี 65 ที่เคยเห็นชอบหลักการไปแล้วเพื่อจ่ายเงินพิเศษช่วยเหลือประชาชนผู้สูงอายุจำนวน 10.9 ล้านคน ตามระดับของอายุ อาจไม่มากนักในรายบุคคล เมื่อรวมแล้วเป็นจำนวน 10.9 ล้านคน รวมเป็นวงเงินประมาณ 8,300 ล้านบาท โดยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับการช่วยเหลือเดือนละ 100-250 บาทต่อคนต่อเดือน ภายในเดือน ก.ค.นี้จะเริ่มจ่ายผู้สูงอายุครั้งแรกรวมเป็นเวลา 4 เดือน (นับจากเดือนเม.ย.) จากนั้น จะจ่ายในเดือน ส.ค.และ ก.ย.แม้ว่าจะไม่มากนักแต่เชื่อว่าจะมีส่วนช่วยผู้สูงอายุได้ไม่มากก็น้อย ยามนี้เราทุกคนต้องหาทางช่วยกัน รัฐบาลก็ทำเท่าที่เราทำได้ ซึ่งไม่มีผลต่องบประมาณโดยรวมมากนัก นอกจากนี้ที่ประชุมครม.ยังได้อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับการประกอบการธุรกิจโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19 โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมปีละ 40 บาทต่อห้องพักตั้งแต่ปี 63 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ได้มากถึง 47 ล้านบาท ครม.จึงได้อนุมัติร่างกฎกระทรวงนี้ขึ้นเพื่อขยายเวลาไปจนถึงมิ.ย.2567 เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมโรงแรม การท่องเที่ยว การฟื้นฟูธุรกิจในช่วงเวลาเปิดประเทศในเวลานี้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจประเทศในภาพรวมด้วย เพราะเป็นรายได้หลักของเรา ตอนนี้ทุกคนทราบดีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นรายได้จากสถานประกอบการ ลูกจ้างพนักงานก็ได้ประโยชน์ตรงนี้ด้วย

 

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลรับฟังทุกปัญหาของประชาชนที่เกิดขึ้น บางอย่างต้องแก้ไขเร่งด่วน แต่บางอย่างอยู่ในกระบวนการ บางอย่างต้องดูเรื่องกฎหมายต่างๆ เพราะเราทำหลายๆอย่าง ถ้าคิดจะทำถ้ากฎหมายไม่พร้อมมันก็คือปัญหาทำไม่ได้ ก็ต้องไปปรับกฎหมายซึ่งอาจจะช้าไปบ้าง บางโครงการบางเรื่องเราก็ได้อนุมัติไปแล้ว แก้ไขไปแล้ว และมีประชาชนได้รับประโยชน์จำนวนมาก บางโครงการก็มีแนวทางแล้วและจะเริ่มดำเนินการต่อไปในเร็วๆนี้ ฉะนั้นเราต้องประเมินสถานการณ์ไปด้วยกันว่าวันนี้เราเจอปัญหาแบบนี้ ถ้าวันหน้าเราเจอปัญหาหนักกว่านี้จะทำอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังงานอะไรก็แล้วแต่ วันนี้เราบริหารได้ดีพอสมควร พลังงานเรายังไม่ขาดแคลนยังมีใช้อยู่แต่ราคาสูงขึ้น ทั้งนี้ด้วยเหตุผลหลายประการ ฉะนั้นเราคงต้องเตรียมความพร้อมเหล่านี้ไปอย่างต่อเนื่องตั้งแต่โควิดมาจนถึงพลังงาน ซึ่งวันนี้รัฐบาลยังสามารถบริหารงบประมาณประเทศให้อยู่ในสถานะที่มั่นคง มีเสถียรภาพ สิ่งสำคัญที่สุดทำอย่างไรเราจะไม่ขาดแคลนพลังงาน อาหาร เราเป็นประเทศเกษตรกรรมอยู่แล้ว เรื่องอาหารคงไม่มีปัญหา แต่ทำอย่างไรจะทำให้เราส่งสินค้าไปต่างประเทศให้ได้มากขึ้น และทำผลิตผลทางการเกษตรให้ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น การรับรองคุณภาพ การตรวจสอบ การขึ้นทะเบียน จะทำให้สินค้าการเกษตรเรามีมูลค่าสูงขึ้นในอนาคตได้

 

“ผมพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลปัจจุบันมุ่งหวังอย่างเดียว ทำอย่างไรจะคลี่คลายความโศกเศร้า ความทุกข์ตรมต่างๆของประชาชนให้ได้มากที่สุด ก็ขอความร่วมมือเท่านั้นเอง ขอความเข้าใจและร่วมมือกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

 

ทั้งนี้ รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. พิจารณาอนุมัติการจัดสรรงบฯ ปี 65 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายฯ เพื่อแก้ไขหรือเยียวยาความเดือดร้อนเสียหาย


ในบางกรณี การจ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษผู้สูงอายุ จำนวน 10.95 ล้านคน วงเงิน 8,382.2 ล้านบาท เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านเศรษฐกิจ เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือน เม.ย. – ก.ย. 65

 

โดยผู้ที่มีอายุ 60-69 ปี จะได้นับเงินช่วยเหลือพิเศษ ต่อคนต่อเดือน 100 บาท อายุระหว่าง 70-79 ปี จำนวน 150 บาท อายุระหว่าง 80-89 ปี จำนวน 200 บาท แบะอายุระหว่าง90 ปีขึ้นไป จำนวน 250 บาท

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง