รีเซต

KCEลุยเพิ่มราคาสินค้า ซัพพลายตึงไตรมาส3ดี

KCEลุยเพิ่มราคาสินค้า ซัพพลายตึงไตรมาส3ดี
ทันหุ้น
13 สิงหาคม 2569 ( 07:45 )
3

#KCE #ทันหุ้น – KCE ไตรมาส 3/2569 แนวโน้มพุ่งต่อ หลังลุยเพิ่มราคาขายตั้งแต่กรกฎาคม ต่อรับรู้เต็มไตรมาส รับซัพพลายยังขาดแคลนดันราคาสูง โชว์ฟอร์มไตรมาส 2/2569 กำไรพุ่ง 275.9 ล้านบาท โต 51.5% รับอานิสงส์บาทอ่อน-HDI PCB หนุนอัตรากำไรขั้นต้นแตะ 18.9% เดินหน้าลงทุนอีก 885 ล้านบาท ชี้มีตัวช่วยบรรเทาต้นทุนขึ้น

บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ผู้ผลิตและส่งออกแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) รายใหญ่ รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 275.9 ล้านบาท เติบโต 17.78% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และทะยานขึ้นถึง 51.49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) คิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 0.23 บาท

โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 3,574.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.04% QoQ และเพิ่มขึ้น 8.80% YoY หากคิดในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะอยู่ที่ 110.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.79% QoQ และ 10.94% YoY ส่งผลให้รายได้รวมปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3,674.7 ล้านบาท ขยายตัว 14.18% QoQ และ 9.92% YoY โดยได้รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากการอ่อนค่าของเงินบาท

@ กำไรขั้นต้นดีด

สำหรับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin : GPM) ในไตรมาสนี้ปรับตัวดีขึ้นขึ้นมาอยู่ที่ 18.9% เมื่อเทียบกับ 17.7% ในไตรมาส 1/2569 และ 18.1% ในไตรมาส 2/2568 ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงอย่าง Special/HDI PCB ที่เติบโต 5.44% QoQ และ 19.91% YoY ประกอบกับผลสำเร็จของโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภายใน

แม้ว่าบริษัทจะยังคงได้รับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบทองแดง (LME) และ Copper Foil ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกระทบต้นทุนคิดเป็น 1.83% ของยอดขาย QoQ และ 4.05% YoY รวมทั้งปัญหาการขาดแคลนใยแก้ว (Fiberglass) จนทำให้ราคา Laminate ภายนอกพุ่งขึ้น 15–30% และอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงเหลือ 65% จากวันหยุดยาวและเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้องก็ตาม

@ลุยปรับราคาขาย Q3/69 – คุมต้นทุนเข้ม

 ด้านแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการเริ่มทยอยปรับขึ้นราคาขายสินค้า (ASP) กับกลุ่มลูกค้าในช่วง 10–12% เพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป และจะรับรู้ผลบวกเต็มไตรมาสใน Q3/2569

ขณะที่สถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานและการขาดแคลนวัตถุดิบใยแก้วที่คาดว่าจะยังตึงตัวในไตรมาส 3/2569 บริษัทได้วางมาตรการรองรับเชิงรุกด้วยการบริหารจัดการขนส่งทางอากาศในกรณีเร่งด่วนเพื่อรักษาความต่อเนื่องในการส่งมอบงาน ส่วนงานคงค้าง (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ลดลงมาอยู่ที่ราว 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตามประสิทธิภาพการผลิตที่ฟื้นตัว

 นอกจากนี้ KCE ได้เดินหน้าจัดโครงสร้างองค์กรให้กระชับยิ่งขึ้น โดยทำการเลิกกิจการและชำระบัญชีบริษัทย่อย "เคมโทนิคส์ เคมีคอล (CTC)" ซึ่งไม่ได้ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 10 ปี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ พร้อมลุยมาตรการประหยัดพลังงาน ลดการใช้กำลังคน สารเคมี และวัสดุสิ้นเปลือง ซึ่งผ่านการทดสอบโครงการนำร่องใน Q2/2569 และจะเริ่มเห็นผลในการลดต้นทุนอย่างชัดเจนตั้งแต่ Q3/2569 เป็นต้นไป

@ กางแผนลงทุนปี 69

 สำหรับแผนการลงทุนในปี 2569 บริษัทวางงบลงทุน (CapEx) รวมทั้งสิ้น 885 ล้านบาท (ไม่รวมโครงการโรจนะ) แบ่งเป็น การลงทุนโรงงานลาดกระบัง 495 ล้านบาท, โรงงานไฮเทค อยุธยา 322 ล้านบาท และบริษัท ไทยลามิเนต แมนูแฟคเจอเรอร์ จำกัด (TLM) จำนวน 68 ล้านบาท เพื่อยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ได้มีการเบิกจ่ายงบลงทุนไปแล้ว 293 ล้านบาท

 ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างการผลิตผ่าน TLM ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในการผลิต Copper Clad Laminate (CCL) ยังช่วยป้อนวัตถุดิบให้แก่กลุ่มบริษัทได้เองถึง 70% ช่วยลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานและบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับผู้ผลิตภายนอก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง