รีเซต

WHAUPรุกขายน้ำดาต้า โรงไฟฟ้าจ่อCOD100เมก

WHAUPรุกขายน้ำดาต้า โรงไฟฟ้าจ่อCOD100เมก
ทันหุ้น
13 สิงหาคม 2569 ( 08:30 )
2

#WHAUP #ทันหุ้น - WHAUP เดินหน้าเจรจาขายน้ำลูกค้าดาต้าเพิ่ม หลังครึ่งปีแรกเซ็นแล้ว  17.5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี มีโอกาสขยายถึง 29 ล้านลูกบาศก์เมตร-ลูกค้าอุตสาหกรรมใช้เพิ่ม เดินหน้าลงทุนธุรกิจน้ำ-ไฟฟ้าที่รอการพัฒนาอีก 314 เมกะวัตต์ คาดครึ่งปีหลังจะ COD จำนวน 100 เมกะวัตต์ รวมถึงการกลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน  ดันผลดำเนินงานครึ่งปีหลังโต ด้านโบรกมองกำไรไตรมาส 3/2569 โต เคาะเป้าหมาย 9.70 บาท

นายอัครินทร์  ประเทืองสิทธิ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 มีทิศทางที่สดใสและจะได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย โดยบริษัทได้ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 2,900 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจสาธารณูปโภคน้ำ 57% งบประมาณส่วนใหญ่จะถูกใช้เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ของ WHA ทั้งในไทยและเวียดนาม ที่เหลืออีก 43% จะเป็นธุรกิจพลังงานซึ่งเน้นไปที่โครงการพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะ Solar Rooftop ทั้งในไทยและเวียดนาม

@จ่อบุ๊กค่าพร้อมจ่าย

ในส่วนของธุรกิจสาธารณูปโภคน้ำบริษัทตั้งเป้าหมายการบันทึกรายได้ค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Charge) ในปี 2569 ไว้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกสามารถรับรู้ไปได้แล้วเกือบ 400 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากสัญญาล็อตแรกๆ ปริมาณรวมเกือบ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่มีการตกลงไว้ก่อนหน้า ดังนั้นในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการบันทึกส่วนที่เหลือทั้งหมดตามแผนที่วางไว้

รวมถึงกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเดิม เช่น กลุ่มปิโตรเคมีและโรงไฟฟ้า มีแนวโน้มการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นในปีนี้ ซึ่งในครึ่งปีแรกบริษัทมียอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำ อยู่ที่ 87 ล้านลูกบาศก์เมตร เติบโตขึ้น 9% YoY แบ่งเป็นไทย 68 ล้านลูกบาศก์เมตร และเวียดนาม 19 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ปัจจุบันบริษัทกำลังอยู่ระหว่างเจรจาโครงการ Water Replenishment กับกลุ่มลูกค้า Data Center ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Value Added Product และมีมาร์จิ้นที่สูงกว่าปกติ โดยปกติธุรกิจน้ำจะมีมาร์จิ้นอยู่ที่ประมาณ 40%

@ดาต้าดัน

นอกจากนี้ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 บริษัทได้ประสบความสำเร็จในการเซ็นสัญญากับลูกค้ากลุ่ม Data Center ปริมาณ 17.5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และมีโอกาสขยายได้ถึง 29 ล้านลูกบาศก์เมตร หากลูกค้ามีความจำเป็นต้องใช้เพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ต่อเนื่องประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จาก Capacity Charge ในปีหน้า หลังจากเซ็นสัญญาลูกค้าจะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 1-2 ปี โดยในช่วงเริ่มต้นคาดว่าจะใช้น้ำประมาณ 10-15% ของเพดานสัญญา ส่วนในปีที่ 2 ปริมาณการใช้จะเติบโตขึ้นเป็น 30-40% ขณะที่ปีที่ 3 ปริมาณการใช้จะเพิ่มขึ้นเป็น 60-70% และในปีที่ 4 จะใช้น้ำครบ 100%

ทางด้านธุรกิจพลังงานปัจจุบัน WHAUP มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมประมาณ 1,070 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นพลังงานสะอาดมีกำลังการผลิตรวม 541 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โซลาร์ 519 เมกะวัตต์, พลังงานน้ำ 19 เมกะวัตต์, พลังงานขยะ 3 เมกะวัตต์ และเป็นพลังงานดั้งเดิมมีกำลังการผลิต 528 เมกะวัตต์ ดำเนินการร่วมกับพันธมิตรในรูปแบบโรงไฟฟ้า IPP, SPP และ VSPP

@รอก่อสร้าง 314 เมก

โดยบริษัทมีโครงการพลังงานสะอาดที่อยู่ระหว่างรอการพัฒนาอีก 314 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภาคเอกชน (Private PPA) อีก 178 เมกะวัตต์ โดยคาดการณ์ว่าจะมีโครงการใหญ่ที่จะได้รับใบอนุญาตผลิตและสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในครึ่งปีหลังรวมประมาณ 100 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ใหม่เข้ามาเสริมทันที ขณะที่บริษัทได้รับคัดเลือกโครงการ Solar FiT รวม 136 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเริ่ม COD ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไปจนถึงปี 2573

นอกจากนี้บริษัทได้กลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน หลังจากประสบปัญหาการหยุดซ่อมนอกแผนงาน ซึ่งคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และจะส่งส่วนแบ่งกำไรปกติให้กับบริษัทได้ตามเป้าหมาย โดยประเมินว่าทั้งปี 2569 จะทำกำไรได้ราว 100 ล้านบาท หลังจากหักผลกระทบจากไตรมาสแรกไปแล้ว รวมถึงเตรียมความพร้อมเข้าร่วมโครงการที่ภาครัฐเปิดให้ซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) เพื่อรองรับกลุ่ม Data Center และภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานสะอาด 100%

@กำไร Q3 โต

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 3/2569 คาดทรงตัวในระดับสูงประมาณ 500 ล้านบาท แม้เผชิญฐานสูงในไตรมาส 3/2568 จากสมมติฐาน Capacity Charge ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึง Volume ขายน้ำเติบโตเด่น 9-10% YoY ต่อเนื่องเป็นไปในทิศทางเดียวกับครึ่งปีแรก ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรของ Gheco-1 ฟื้นตัวแรงได้ประโยชน์จาก Coal Inventory Loss ลดลงต่อเนื่องช่วยลดผลกระทบต้นทุนก๊าซที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 9.70 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง