รีเซต

TUรับอานิสงส์อังกฤษ เว้นเก็บภาษีนำเข้าทูน่า

TUรับอานิสงส์อังกฤษ เว้นเก็บภาษีนำเข้าทูน่า
ทันหุ้น
13 สิงหาคม 2569 ( 08:45 )
3

#TU #ทันหุ้น - TU รับอานิสงส์อังกฤษยกเว้นเก็บภาษีนำเข้า  “ผลิตภัณฑ์ทูน่ากระป๋อง” จากเดิม 24% ถึงธันวาคม 2571 หนุนยอดขายโซนยุโรปเพิ่ม จากเดิมที่ราว 30%-ค่าเงินบาทหนุน  พร้อมขยายสินค้ากลุ่มไฮมาร์จิ้นดันแตะ 25-30% ในปี 2573

นางสาวภิญญดา  แสงศักดาหาญ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เปิดเผยว่า กรณียกเว้นภาษีนำเข้าของรัฐบาลอังกฤษเป็นการชั่วคราว โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยกเว้นครั้งนี้คือ ผลิตภัณฑ์ทูน่ากระป๋อง ที่เดิมมีการจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 24% ซึ่งบริษัทมองเป็นประเด็นบวกต่อธุรกิจ เพราะช่วยส่งเสริมโอกาสในการเข้าไปทำตลาดในส่วนดังกล่าวเพื่อสร้างยอดขายเพิ่มเติม รวมทั้งยังน่าจะกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนยอดขายในโซนยุโรปให้เพิ่มสูงขึ้น  จากเดิมที่คิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของยอดขายรวมทั้งหมดของบริษัท

@ปรับกลยุทธ์

ขณะที่กรณีเกี่ยวกับการที่ทางสหรัฐได้ประกาศบังคับใช้มาตรการภาษีตามมาตรา 301 กับสินค้านำเข้าจากกว่า 60 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยในอัตรา 12.5% ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา แม้จะสูงกว่าคู่แข่งอย่างอินโดนีเซียและเอกวาดอร์ แต่บริษัทได้มีการวางแผนรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยได้มีการปรับกลยุทธ์ในการบริหารจัดการในส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การพิจารณาโยกรายการสินค้า (SKU) บางตัวมาผลิตที่ประเทศไทย  หวังช่วยเพิ่มความสามารถสามารถแข่งขันของบริษัทอีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ในระยะยาวทาง TU ยังเดินหน้าขยายฐานรายได้จากธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ในระดับที่สูง อาทิ อาหารสัตว์เลี้ยง (PetCare), กลุ่มสินค้ามูลค่าเพิ่ม(Value-Added) ให้ปรับเป็นประมาณ 25-30% ของยอดขายรวมภายในปี 2030 หรือปี 2573 จากเดิมทำได้แล้วที่ 20.7% ซึ่งควบคู่ไปกับการการดำเนินโครงการ Internal Transformation เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตโดยนำระบบ Automation ให้มากขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าแรงและลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต ซึ่งปัจจัยเหล่านี้หวังช่วยผลักดันประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้นและสนับสนุนมาร์จิ้นในระยะยาวต่อไป

@ออกโปรดักต์ใหม่

ส่วนในแง่ของค่าเงินบาทที่ยังเคลื่อนไหวในโซนอ่อนค่าขึ้น และอยู่ในระดับที่ดีกว่าที่บริษัทเคยประเมินไว้เฉลี่ยทั้งปี 2569 ราว 32.5 ดอลลาร์ นั้นถือเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัท และเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้รายได้ในปี 2569 ให้ดียิ่งขึ้น นอกเหนือ จากฐานลูกค้าของบริษัทในกลุ่มต่างๆ ที่ขยายตัว ประกอบกับการนำเสนอโปรดักต์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าต่อเนื่อง จึงยังมองเป้าหมายรายได้ของบริษัทปีนี้เพิ่มขึ้น 4-6% จากปีก่อน

ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” TU ให้ราคาเป้าหมาย 14.50 บาท เนื่องจากมองภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์ทูน่าที่เข้าเกณฑ์ได้รับการลดหย่อนของอังกฤษ จากสูงสุด 24% เหลือ 0% ซึ่งมีผลไปจนถึงธันวาคม 2571 ประกอบกับ FTA ของรัฐบาลไทย กับยุโรปที่อาจจะมีเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะกลายเป็นโอกาสเติบโตเพิ่มเติมแก่ TU ในฐานะผู้ส่งออกทูน่าและกุ้งรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย อีกทั้งฝ่ายวิเคราะห์คาด TU จะให้อัตราเงินปันผลตอบแทนสูงถึง 6% จึงมองเป็นโอกาสเข้าลงทุน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง