รีเซต

AI ไม่ได้แค่แย่งงาน แต่กำลังแย่งงบค่าตอบแทนจากคน

AI ไม่ได้แค่แย่งงาน แต่กำลังแย่งงบค่าตอบแทนจากคน
TNN ช่อง16
22 มิถุนายน 2569 ( 16:45 )
8

AI กำลังกลายเป็นทั้ง "ความหวัง" และ "ความกังวล" ของตลาดแรงงานโลกในเวลาเดียวกันในด้านหนึ่ง เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานที่หลายประเทศกำลังเผชิญ โดยเฉพาะในยุคที่สังคมผู้สูงอายุทำให้จำนวนแรงงานลดลงต่อเนื่อง

ผลการศึกษาจากประเทศสมาชิก OECD ในช่วงปลายปี 2567 พบว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME กว่า 39.1% มองว่า AI สามารถช่วยทดแทนข้อจำกัดด้านทักษะและประสบการณ์ของแรงงานได้ ขณะที่อีก 25.2% ระบุว่า AI ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานโดยรวม

สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่กำลังกลายเป็นกำลังแรงงานรูปแบบใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาดแรงงานแต่ในอีกด้านหนึ่ง AI ก็กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อโลกการทำงานจากเดิมที่เทคโนโลยีถูกใช้เป็นผู้ช่วย วันนี้ AI เริ่มสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายด้าน ตั้งแต่งานเอกสาร งานวิเคราะห์ข้อมูล งานบริการลูกค้า งานขาย ไปจนถึงการควบคุมกระบวนการผลิตในโรงงาน

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า กลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจาก AI มากที่สุด คือ กลุ่มเสมียนและเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงถึง 73%รองลงมาคือ ผู้ปฏิบัติงานด้านเครื่องจักรและโรงงาน 68% แรงงานงานพื้นฐาน 62% และพนักงานบริการรวมถึงพนักงานขาย 57%แม้สัดส่วนความเสี่ยงจะน้อยกว่ากลุ่มเสมียน แต่กลุ่มบริการและการขายกลับมีจำนวนแรงงานที่อาจได้รับผลกระทบมากที่สุดกว่า 3.2 ล้านคน

ภาพที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า AI ไม่ได้คุกคามเฉพาะแรงงานทักษะต่ำอีกต่อไป แต่เริ่มขยายผลไปสู่กลุ่มวิชาชีพเฉพาะทาง ผู้จัดการ และงานสำนักงานที่เคยถูกมองว่าปลอดภัย  ขณะเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงอีกด้านที่เริ่มเห็นชัดขึ้น คือ หลายองค์กรกำลังโยกงบประมาณจาก "คน" ไปสู่ "เทคโนโลยี"

รายงานของ Business Insider เปิดเผยว่า บริษัท Teradata ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์คลาวด์ระดับโลก ได้แจ้งพนักงานกว่า 5,100 คนว่าจะไม่มีการปรับขึ้นเงินเดือนประจำปี เพื่อเปิดทางให้องค์กรนำงบประมาณไปลงทุนด้าน AI มากขึ้น  ส่วน TTEC บริษัทเทคโนโลยีและบริการลูกค้า ได้ประกาศระงับการสมทบกองทุนเกษียณให้พนักงานในสหรัฐฯ กว่า 15,000 คน ไปจนถึงสิ้นปี 2026 เพื่อนำทรัพยากรไปลงทุนด้าน AI และระบบอัตโนมัติ แนวโน้มดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบางบริษัทเท่านั้น


ผลสำรวจของ Resume Builder ที่สอบถามผู้บริหาร 866 คน พบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งมีแผนลดค่าใช้จ่ายด้านค่าตอบแทนพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นโบนัส การขึ้นเงินเดือน หรือผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำงบประมาณไปลงทุนใน AIเหตุผลสำคัญ คือผู้บริหารจำนวนมากเชื่อว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างรายได้ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลเตือนว่า การลดสวัสดิการหรือชะลอการปรับค่าตอบแทนอาจสร้างผลกระทบในระยะยาว เพราะพนักงานที่มีศักยภาพสูงมักมีทางเลือกมากกว่า และอาจตัดสินใจย้ายองค์กรได้ง่ายขึ้น

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับหลายบริษัทกำลังบอกเราว่า การแข่งขันด้าน AI นั้นรุนแรงขึ้นในภาคธุรกิจทั่วโลก หลายองค์กรกำลังเร่งอัดฉีดงบประมาณเข้าสู่เทคโนโลยีดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะเสียเปรียบคู่แข่งหากปรับตัวไม่ทัน

ยืนยันจากรายงานของ Gartner บริษัทวิจัยด้านธุรกิจและเทคโนโลยี ที่คาดการณ์ว่า การใช้จ่ายด้าน AI ทั่วโลกจะพุ่งแตะ 2.53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 3.34 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2027 สะท้อนว่าการแข่งขันด้าน AI กำลังกลายเป็นหนึ่งในสนามลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของภาคธุรกิจในปัจจุบัน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง