รีเซต

"Meta" เจอคดีใช้ AI เลิกจ้าง เล็งเป้าคนป่วย-คนลา!

"Meta" เจอคดีใช้ AI เลิกจ้าง เล็งเป้าคนป่วย-คนลา!
TNN ช่อง16
16 กรกฎาคม 2569 ( 14:55 )

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ Meta Platforms (เมตา แพลตฟอร์มส์) กำลังเผชิญคดีความครั้งสำคัญ หลังพนักงาน 26 คน ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยกล่าวหาว่า บริษัทใช้ซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการคัดเลือกพนักงานเข้าสู่กระบวนการปลดออกครั้งใหญ่ และอาจส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีความพิการ มีปัญหาสุขภาพ หรือต้องลางานทางการแพทย์มากกว่าพนักงานกลุ่มอื่น

คำฟ้องระบุว่า เมตานำปัจจัยหลายด้านมาใช้ประเมินพนักงาน เช่น ผลิตภาพในการทำงาน รวมถึงปริมาณการใช้งานโทเคนของระบบ AI ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ต้องหยุดงานเพราะเจ็บป่วย ตั้งครรภ์ หรือลาไปดูแลสมาชิกในครอบครัว ได้รับคะแนนต่ำและเสียเปรียบในการพิจารณาลดตำแหน่งงาน

พนักงานกลุ่มนี้ได้รับแจ้งเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า ตำแหน่งงานของพวกเขาจะถูกยกเลิกตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคมเป็นต้นไป 

จึงขอให้ศาลมีคำสั่งชั่วคราว ระงับการปลดพนักงานไว้ก่อน ระหว่างที่นำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเป็นรายบุคคล ตามเงื่อนไขในสัญญาจ้างงานของบริษัท

ด้านโฆษกของเมตาปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่า การบริหารกำลังคนและการตัดสินใจด้านโครงสร้างองค์กร ดำเนินการโดยบุคลากร ไม่ใช่ระบบปัญญาประดิษฐ์ พร้อมยืนยันว่าข้อกล่าวหาในคดีนี้ไม่มีมูล

คดีดังกล่าวถูกจับตาว่า อาจเป็นคดีแรกที่ท้าทายบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ โดยตรง กรณีถูกกล่าวหาว่าใช้ AI เข้ามามีบทบาทในการคัดเลือกพนักงานเพื่อปลดออก และอาจกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารทรัพยากรบุคคล

ก่อนหน้านี้ เมตาปลดพนักงานทั่วโลกร้อยละ 10 ในเดือนพฤษภาคม หรือเกือบ 8,000 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ขณะที่บริษัทเร่งเพิ่มการลงทุนด้าน AI และนำเอเจนต์อัจฉริยะเข้ามาใช้ทั้งในผลิตภัณฑ์และกระบวนการทำงานภายในองค์กร

พนักงานทั้ง 26 คน ซึ่งยื่นฟ้องโดยไม่เปิดเผยชื่อ ยังกล่าวหาว่า เมตาละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลางและระดับรัฐ ที่ห้ามเลือกปฏิบัติหรือตอบโต้พนักงานที่มีความพิการ ลางานทางการแพทย์ หรือตั้งครรภ์ รวมถึงไม่ได้ตรวจสอบระบบ AI ว่ามีอคติหรือไม่ ตามกฎหมายใหม่ของรัฐแคลิฟอร์เนียและนครนิวยอร์ก

คำฟ้องอ้างว่า เมตาใช้ระบบภายในหลายประเภทมาช่วยให้คะแนนและจัดอันดับพนักงานในรายชื่อผู้ที่จะถูกเลิกจ้าง ทั้ง "เมตาเมต" ผู้ช่วยที่พัฒนาจากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ ระบบที่เปรียบเสมือนสมองสำรองซึ่งติดตามการสื่อสารและเอกสารของพนักงาน ตลอดจนคะแนนผลิตภาพที่ได้จากการวิเคราะห์การกดแป้นพิมพ์ เนื้อหาบนหน้าจอ อีเมล และประวัติการใช้งานเบราว์เซอร์

คดีนี้จึงไม่เพียงเป็นข้อพิพาทด้านแรงงาน แต่ยังสะท้อนคำถามสำคัญว่า เมื่อองค์กรนำ AI มาใช้วัดผลงานและตัดสินอนาคตของพนักงาน บริษัทจะสร้างความโปร่งใส ป้องกันอคติ และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์จากระบบอัตโนมัติอย่างไร 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง