"มะเร็งถุงน้ำดี" อาการเตือน!แบบไหน? ที่เข้าข่ายว่าเป็นโรคนี้ รู้ทัน ป้องกัน ก่อนสายเกินแก้

มะเร็งถุงน้ำดี (Gallbladder Cancer) คือ การเกิดเนื้องอกชนิดร้าย หรือมะเร็งภายในเนื้อเยื่อถุงน้ำดี ที่อยู่ใต้ตับ บริเวณชายโครงด้านขวา จะสังเกตได้ว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งถุงน้ำดี มักจะมีอาการเจ็บท้องด้านขวา และโรคนี้มักจะไม่ออกอาการในระยะแรกๆ การวินิจฉัยจึงทำได้ยาก และหากตรวจพบว่าเป็นมะเร็งถุงน้ำดีมีการลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ประสิทธิภาพในการรักษาก็จะต่ำลง จึงทำให้อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งถุงน้ำดีต่ำมากเช่นกัน
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งถุงน้ำดี
-ความผิดปกติในถุงน้ำดี เช่น มีติ่งเนื้อขนาดใหญ่บริเวณถุงน้ำดี หรือการมีแคลเซียมเกาะที่ผนังถุงน้ำดี
- ผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดีจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งถุงน้ำดีกว่าบุคคลปกติ 38 เท่า
-ผู้หญิงอายุ 50 ปี ขึ้นไป ที่ป่วยเป็นโรคถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง
-ผู้หญิงที่ประจำเดือนครั้งแรกมาเร็ว และวัยหมดประจำเดือนช้ากว่าปกติ
-ผู้หญิงที่มีตั้งครรภ์ และคลอดบุตรหลายครั้ง
-ผู้ที่น้ำหนักตัวเยอะ
-ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นมะเร็งถุงน้ำดี
-การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่เป็นประจำ
-การบริโภคอาหารประเภทหมักดอง รสจัด รวมทั้งอาหารจากการทอดที่มีไขมันสูง
อาการของโรคมะเร็งถุงน้ำดี
มักมีอาการเหมือนถุงน้ำดีอักเสบ คือ เจ็บปวด ชายโครงขวา ถุงน้ำดีโต ท้องอืด ปวดท้อง น้ำหนักลด มีไข้ หรือเป็นดีซ่าน อาการของ มะเร็งท่อน้ำดีมักทำให้เกิดอาการของดีซ่าน มีไข้ ปวดท้อง
ระยะของโรคมะเร็งถุงน้ำดี
ระยะที่ 1 มะเร็งจะอยู่ภายในถุงน้ำดี และไม่แพร่กระจาย หากได้รับการผ่าตัด จะทำให้มีโอกาสหายขาดได้สูง
ระยะที่ 2 มะเร็งจะเริ่มลุกลามออกทางผนังชั้นนอกของถุงน้ำดี แต่ไม่ถึงตับ
ระยะที่ 3 มะเร็งจะลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียง เช่น ต่อมน้ำเหลือง และตับ
ระยะที่ 4 มะเร็งจะลุกลามแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ทั่วร่างกาย
การตรวจวินิจฉัย
ใช้วิธีการตรวจเลือดดูว่ามีดีซ่านหรือไม่ ใช้ อุลตร้าซาวด์หรือคอมพิวเตอร์ตรวจดูก้อนใน ถุงน้ำดี และ ท่อน้ำดี และในกรณีที่มีอาการ อุดตันท่อน้ำดีจะใช้วิธีการตรวจพิเศษ คือ การฉีดสีเข้าไป ในท่อน้ำดี เพื่อดูว่าส่วน ใดที่มีการอุดตัน และวินิจฉัยแยกจากโรค อื่น การเจาะเลือดเพื่อดูสารที่มะเร็งถุงน้ำดี ปล่อยออกมาที่เรียกว่า ทูเมอร์ มาร์คเกอร์ ก็ช่วยในการวินิจฉัยได้ดี
การรักษา
การผ่าตัดเป็นวิธีที่ดีที่สุด มะเร็งถุงน้ำดีจะผ่าตัด โดย ตัดถุงน้ำดี และบางครั้งต้องตัดตับบางส่วนพร้อม ต่อมน้ำเหลืองรอบข้างไปด้วย มะเร็งท่อน้ำดีจะตัด ท่อน้ำดีและอวัยวะข้างเคียงออกด้วย แต่ในกรณีที่ ผ่าตัดออกไม่ได้ การผ่าตัดเพื่อบรรเทาอาการดีซ่านก็ ยังเป็นวิธีการรักษาแบบประคับประคองที่ดีที่สุด การ ลดอาการดีซ่านอาจใช้วิธีใส่ท่อเข้าไปในท่อน้ำดีผ่าน ทางผิวหนัง (PTBD)หรือการผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด มักไม่ได้ผลแต่เป็นการบรรเทาอาการ การใช้รังสีรักษา มักใช้ในรายที่ผ่าตัด ไม่ได้แต่ เพื่อบรรเทาอาการและ ประคับประคองเท่านั้น หรือบางครั้งอาจช่วยเสริม การผ่าตัดได้
การป้องกันโรคมะเร็งถุงน้ำดี
-รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารจำพวกผักผลไม้ และธัญพืช เช่น บีทรูท และพริกหยวก
-ควรหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารบางชนิด เช่น ถั่วแขก และผักชี เพราะจะไป รบกวนการทำงานของยารักษาโรคมะเร็ง
-ควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้น้ำหนักตัวเยอะเกินไป
-เลิกสูบบุหรี่ และไม่อยู่ในแวดล้อมที่มีควันจากการเผาไหม้
เนื่องจากอาการของมะเร็งถุงน้ำดี มักคล้ายกับโรคนิ่ว หรือถุงน้ำดีอักเสบทั่วไป เช่น ปวดท้องด้านขวาบน ท้องอืด หรือตัวเหลืองตาเหลือง การตรวจสุขภาพ และอัลตราซาวด์สม่ำเสมอจึงสำคัญมาก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
