รีเซต

งานวิจัยชี้ “เมฆหาย” โลกยิ่งร้อน เร่งอุณหภูมิพุ่งเป็นประวัติการณ์

งานวิจัยชี้ “เมฆหาย” โลกยิ่งร้อน เร่งอุณหภูมิพุ่งเป็นประวัติการณ์
TNN ช่อง16
2 มีนาคม 2569 ( 15:01 )

หลายปีที่ผ่านมา ถูกบันทึกว่าเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนจากอุณหภูมิมหาสมุทรที่พุ่งสูงเป็นสถิติใหม่ รวมถึงการละลายของธารน้ำแข็งในหลายภูมิภาคทั่วโลกอย่างรวดเร็ว สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักวิทยาศาสตร์เร่งค้นหาปัจจัยเบื้องหลังที่ทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้นักวิทยาศาสตร์จะทราบดีว่า การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกมีสาเหตุหลักจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมในชั้นบรรยากาศ รวมถึงอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นเป็นระยะ แต่ล่าสุด งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science ระบุว่า “การลดลงของเมฆ” อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกดูดซับความร้อนมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

หัวใจสำคัญของการค้นพบนี้อยู่ที่ค่า “อัลบีโด” (albedo) ซึ่งหมายถึงความสามารถของพื้นผิวโลกในการสะท้อนพลังงานแสงอาทิตย์กลับสู่อวกาศ ค่าอัลบีโดมีช่วงตั้งแต่ 0% ถึง 100% โดยค่าที่ใกล้ 100% หมายถึงพื้นผิวที่สะท้อนแสงได้ดี เช่น หิมะ น้ำแข็ง หรือเมฆสีขาว ส่วนค่าที่ใกล้ 0% คือพื้นผิวที่ดูดซับพลังงานได้มาก เช่น มหาสมุทรหรือพื้นดินสีเข้ม

งานวิจัยชี้ว่า เมฆสีขาว โดยเฉพาะเมฆลอยต่ำเหนือมหาสมุทร มีบทบาทสำคัญในการสะท้อนรังสีดวงอาทิตย์ออกจากโลก เมื่อปริมาณเมฆประเภทนี้ลดลง ค่าอัลบีโดของโลกจึงลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้พื้นผิวโลกดูดซับพลังงานความร้อนมากขึ้น และอุณหภูมิโลกสูงขึ้นตามลำดับ

ข้อมูลยังระบุว่า ค่าอัลบีโดของโลกลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการละลายของหิมะและน้ำแข็งในทะเล ซึ่งทำให้พื้นผิวสีขาวที่สะท้อนแสงได้ดีถูกแทนที่ด้วยพื้นน้ำหรือพื้นดินสีเข้มที่ดูดซับความร้อนมากกว่า กลายเป็นวงจรเร่งความร้อน (positive feedback) ที่ซ้ำเติมภาวะโลกร้อน

ขณะเดียวกัน เมฆลอยต่ำมักก่อตัวในบรรยากาศที่เย็นและชื้น เมื่ออุณหภูมิพื้นผิวโลกสูงขึ้น สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการก่อตัวของเมฆประเภทนี้จึงลดลง ทำให้เมฆบางลงหรือสลายตัวไป วงจรดังกล่าวยิ่งทำให้โลกดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น และร้อนขึ้นอีก เป็นกลไกที่ซับซ้อนและเสริมแรงกันเอง

นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงของค่าอัลบีโดถือเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดระดับความรุนแรงของภาวะโลกร้อนในอนาคต หากโลกยังคงสูญเสียพื้นผิวที่สะท้อนแสงได้ดีอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มอุณหภูมิที่พุ่งสูงอาจรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ที่มีค่าอัลบีโดสูง เช่น การป้องกันการละลายของน้ำแข็งในเขตขั้วโลก การรักษาพื้นที่หิมะตามธรรมชาติ รวมถึงการปลูกป่าในบางพื้นที่ ซึ่งอาจช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมมนุษย์ยังคงเป็นมาตรการหลักและเร่งด่วนที่สุดในการรับมือกับภาวะโลกร้อน ขณะที่ปัจจัยเรื่องเมฆและค่าอัลบีโดเป็นอีกชิ้นส่วนสำคัญที่ช่วยอธิบายว่า เหตุใดโลกจึงร้อนขึ้นรวดเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง