รีเซต

อากาศในออฟฟิศทำให้ผิวพัง-มีผลต่อสุขภาพมากแค่ไหน

อากาศในออฟฟิศทำให้ผิวพัง-มีผลต่อสุขภาพมากแค่ไหน
TNN ช่อง16
27 เมษายน 2569 ( 11:28 )

ช่วงนี้มีคลิปใน TikTok ที่กลายเป็นไวรัล พูดถึงสิ่งที่เรียกว่า “office air theory” หรือทฤษฎีอากาศในออฟฟิศ โดยตั้งคำถามว่า ทำไมตอนเช้าเรามาออฟฟิศหน้ายังสดใส ผมเผ้าไดร์มาสวย แต่พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง หน้ากลับดูโทรมลง ทั้งๆ ที่นั่งในออฟฟิศทั้งวัน เป็นเพราะสาเหตุอาจมาจากสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน แต่ความจริงเป็นอย่างไร?

“Office Air Theory” คืออะไร?

แนวคิดนี้เริ่มจากวิดีโอของครีเอเตอร์ชื่อ Noa Donlan ที่โพสต์คลิปเปรียบเทียบตัวเองในช่วงเวลาต่าง ๆ ของวันทำงาน

ช่วงเช้าเธอเขียนว่า

“9 โมง: ผมสะอาด ผิวใส หน้าไม่บวม”

แต่พอช่วงบ่ายกลับเป็น

“บ่ายโมง: ผมมัน ใต้ตาคล้ำ หน้าเริ่มบวม”

จากสิ่งที่สังเกตนี้ เธอจึงเรียกว่า “office air theory” ซึ่งเชื่อว่าอากาศหรือสภาพแวดล้อมในออฟฟิศอาจทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ผมชี้ฟู ผิวแห้ง ตาแห้ง หรือหน้ามัน

เธอเล่าว่า ตอนออกจากบ้านยังดูดี แต่พอส่องกระจกในห้องน้ำออฟฟิศตอนเที่ยง ผิวกลับแห้ง ผมมันและลีบลง จนรู้สึกว่าไม่เหมือนตัวเองแล้ว

คลิปเหล่านี้มียอดเข้าชมหลายล้านครั้ง และหลายคนก็บอกว่ามีประสบการณ์แบบเดียวกัน แม้จะไม่เคยตั้งชื่อให้มันมาก่อน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า “office air theory” ไม่ใช่แนวคิดทางการแพทย์จริง ๆ และสิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากหลายปัจจัย ทั้งสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกายในแต่ละวัน

อากาศในออฟฟิศ ส่งผลต่อหน้าตาเราได้แค่ไหน?

แม้จะยังไม่มีงานวิจัยเฉพาะเกี่ยวกับ “office air theory” แต่ผิวของเราสามารถตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้หลายรูปแบบ

  • ออฟฟิศส่วนใหญ่ใช้แอร์หรือเครื่องทำความร้อน ซึ่งทำให้อากาศแห้ง ส่งผลให้ผิวแห้ง คัน ลอก หรืออักเสบ และอาจทำให้เมคอัพดูไม่เรียบหรือเป็นคราบ
  • การระบายอากาศไม่ดี รวมถึงฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ หรือไส้กรองอากาศที่ไม่สะอาด อาจทำให้เกิดตาแห้ง ผิวระคายเคือง หรือผิวดูหมอง
  • อากาศในอาคารบางแห่งอาจมีมลพิษมากกว่าข้างนอก เช่น ฝุ่น ควัน สปอร์เชื้อรา หรือก๊าซจากเฟอร์นิเจอร์และพื้น
  • นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่ไม่เกี่ยวกับอากาศโดยตรง เช่น
  • ผิวจะผลิตน้ำมันมากขึ้นตามเวลาในแต่ละวัน
  • การขาดน้ำ ความเครียด และความเหนื่อยล้า ทำให้หน้าบวม ใต้ตาคล้ำ เห็นชัดขึ้นช่วงบ่าย
  • การเผลอจับหน้า หรือขยี้ตาบ่อย ๆ จากสิ่งระคายเคือง ก็ทำให้ดูโทรมลงได้
  • แสงไฟในออฟฟิศและการจ้องหน้าจอนาน ๆ ทำให้ตาล้า แม้แสงสีฟ้าอาจมีผลต่อผิวบ้าง แต่ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับแสง UV

ทั้งนี้ ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับผลกระทบเท่ากัน คนที่ผิวแพ้ง่าย หรือมีภูมิแพ้อาจเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดกว่า

แล้วมีความเสี่ยงต่อสุขภาพไหม?

การอยู่ในอาคารที่มีมลพิษสะสมเป็นเวลานาน เช่น เชื้อรา เรดอน หรือสารเคมี อาจเชื่อมโยงกับปัญหาระบบทางเดินหายใจหรือสุขภาพอื่น ๆ โดยเฉพาะในอาคารที่ดูแลไม่ดี

นอกจากนี้ หากมีน้ำรั่วหรือความชื้น อาจทำให้เกิดเชื้อรา ส่งผลให้หายใจลำบาก ไซนัส หรือหอบหืดในบางคน

การอยู่ในอาคารนานเกินไปยังทำให้ได้รับแสงแดดน้อย ส่งผลต่อนาฬิกาชีวิต (circadian rhythm) และเพิ่มความเสี่ยงขาดวิตามิน D

ซึ่งอาจทำให้เหนื่อยล้า ปวดหัว หรืออารมณ์ต่ำ

รวมถึงการนั่งทำงานนาน ๆ ก็ส่งผลเสียต่อท่าทาง การไหลเวียนเลือด และสุขภาพข้อต่อในระยะยาว

วิธีดูแลตัวเองเมื่อทำงานในออฟฟิศ

  • ออกไปข้างนอกช่วงพักกลางวัน เพื่อรับอากาศและแสงธรรมชาติ
  • สอบถามเรื่องการดูแลออฟฟิศ เช่น การเปลี่ยนไส้กรองอากาศ หรือการตรวจเชื้อรา
  • ใช้เครื่องฟอกอากาศแบบ HEPA ที่โต๊ะทำงาน
  • รักษาความสะอาดพื้นที่ทำงาน ลดฝุ่น
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ กินอาหารให้ครบ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • พักสายตาจากหน้าจอเป็นระยะ
  • ทาครีมกันแดดทุกวัน แม้อยู่ในอาคาร
  • บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ และเลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับสภาพอากาศ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง