รีเซต

กินหวานบ่อย ระวังหน้าแก่ น้ำตาลภัยเงียบที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย

กินหวานบ่อย ระวังหน้าแก่ น้ำตาลภัยเงียบที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย
TNN ช่อง16
2 กุมภาพันธ์ 2569 ( 14:33 )
13

เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณสูง ระดับกลูโคสในเลือดจะเพิ่มขึ้น น้ำตาลส่วนเกินจะสามารถทำปฏิกิริยากับโปรตีน ไขมัน หรือกรดนิวคลีอิกได้โดยไม่ต้องอาศัยเอนไซม์ กระบวนการนี้เรียกว่า glycation และนำไปสู่การสร้างสารที่เรียกว่า Advanced Glycation End Products (AGEs)

งานวิจัยพบว่า AGEs สามารถสะสมในเนื้อเยื่อผิวหนัง โดยเฉพาะใน คอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและความเต่งตึง เมื่อ AGEs เพิ่มขึ้น โครงสร้างของคอลลาเจนจะถูกทำให้แข็ง เปราะ และเสื่อมสภาพ ส่งผลให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย และแสดงลักษณะของผิวแก่ก่อนวัยอย่างชัดเจน

การทบทวนงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Clinical Dermatology ระบุว่า การสะสมของ AGEs ในผิวหนังมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเกิดริ้วรอยและการเสื่อมของโครงสร้างผิวตามอายุ และกระบวนการนี้สามารถถูกเร่งให้เกิดเร็วขึ้นได้จากการบริโภคน้ำตาลสูงอย่างต่อเนื่อง พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งกินหวานบ่อย ผิวยิ่งเสื่อมเร็ว เพราะคอลลาเจนถูกทำลายเร็วกว่าปกตินั่นเอง

น้ำตาลกับการอักเสบและปัญหาผิว

นอกจากกระบวนการ glycation แล้ว น้ำตาลยังเป็นตัวกระตุ้น การอักเสบในร่างกาย เมื่อการอักเสบเกิดขึ้นซ้ำ ๆ จะส่งผลต่อผิวโดยตรง เช่น สิวขึ้นง่าย ผิวหมองคล้ำ ผิวแพ้ง่าย ผิวฟื้นฟูตัวเองได้ช้าลง เมื่อเซลล์ผิวซ่อมแซมได้ไม่เต็มที่ ผิวจึงเสื่อมสภาพเร็วและดูแก่กว่าวัยจริง น้ำตาลกับฮอร์โมน พลังงาน และความอ่อนล้า

การบริโภคน้ำตาลมากทำให้ระดับอินซูลินในเลือดขึ้น ๆ ลง ๆ ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยง่าย ง่วงบ่อย นอนหลับไม่สนิท และเกิดความเครียดได้ง่าย ปัจจัยเหล่านี้ล้วนสะท้อนออกมาทางผิวพรรณ ไม่ว่าจะเป็นผิวโทรม สีผิวไม่สดใส หรือใบหน้าที่ดูอ่อนล้า

วิธีลดผลกระทบจากน้ำตาลต่อผิวและสุขภาพ

การดูแลสุขภาพผิวไม่จำเป็นต้องงดน้ำตาลทั้งหมด แต่ควรลดปริมาณลงอย่างเหมาะสม เช่น

  • ลดเครื่องดื่มรสหวาน น้ำอัดลม ชานมไข่มุก
  • เลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดสี
  • เพิ่มผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัด และโปรตีนคุณภาพ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักผ่อนให้เหมาะสม

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม