MAGURO ลุ้นโตเร่งตัว 2H69 เคจีไอชี้ราคาหุ้นรับปัจจัยลบแล้ว

#ทันหุ้น - บล.เคจีไอ ส่องหุ้น บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO คงคำแนะนำ “ซื้อ” แม้จะปรับลดราคาเป้าหมายลงที่ 21 บาท (จากเดิม 25.00 บาท) และกำไรระยะสั้นจะถูกกดดันจากอัตราการเติบโตของรายได้ในสาขาเดิม (same-store sales growth: SSSG) ที่ชะลอตัว margin หดตัวและต้นทุนเพิ่มจากการขยายสาขา แต่ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไร Q2/69F จะยังเติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ และจะเร่งตัวขึ้นใน 2H69F จากการขยายสาขาเชิงรุกและการแนะนำแบรนด์ใหม่ ขณะนี้ คงคาดว่าอัตราการเติบโตกำไรเฉลี่ยต่อปี (CAGR ช่วง 2569-71F) อยู่ที่ 18% หลังจากราคาหุ้นล่าสุดปรับฐานลงมาราว 24% แล้ว ปัจจุบัน MAGURO เทรดที่ PEG น่าสนใจต่ำเพียง 0.4x ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าราคาหุ้นได้สะท้อนปัจจัยกังวลต่าง ๆ ระยะสั้นไปมากแล้ว
เร่งขยายสาขาใน Q3/69F โดย MAGURO เปิด 4 สาขาใหม่ใน Q2/69F ทำให้จำนวนสาขารวมเพิ่มเป็น 58 แห่ง โดยที่แผนการขยายสาขาจะเร่งตัวขึ้นใน Q3/69F ด้วยการเปิดสาขาใหม่อย่างน้อย 8 แห่งรวมถึงการเปิดแบรนด์ใหม่ด้วยคือ Kaiten Sushi Ginza Onodera ที่ห้างฯ เซ็นทรัล เวิลด์ ขณะที่ ฝ่ายวิจัยคาดว่าสาขาจะเพิ่มเป็น 66 แห่งใน Q3/69F และอยู่ที่ 68-73 แห่งภายในสิ้นปีนี้ ใกล้เคียงเป้าของผู้บริหารปี 2569F ที่ต้องการจะเปิดสาขาใหม่ราว 15-20 แห่ง
คาดกำไร Q2/69F โตทั้ง YoY, QoQ ในเบื้องต้น ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไร Q2/69F จะโตได้ทั้ง YoY และ QoQ หนุนจากการขยายสาขาและการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากร้านที่เปิดไปก่อนหน้าในปีนี้ แม้ SSSG จะยังติดลบเล็กน้อย แต่รายได้รวมยังน่าจะเติบโตแข็งแกร่งจากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น 29% YoY เป็น 58 แห่ง ด้าน gross margin เราคาดว่าจะดีขึ้น QoQ จากการลดกิจกรรมส่งเสริมการขายลงและสาขาใหม่เริ่มมีรายได้ แม้ margin น่าจะยังต่ำกว่าปีก่อนจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน คาดว่าคชจ. SG&A จะยังสูงอยู่จากการเตรียมเปิดสาขาใหม่อีก 8 แห่งใน Q3/69F ดังนั้นคาดว่ากำไร Q2/69F จะยังเติบโตเป็นบวก และจะเร่งตัวต่อเนื่องใน 2H69F ทั้ง YoY และ HoH หนุนจากการขยายสาขาดีต่อเนื่องและการรับรู้รายได้จากแบรนด์ใหม่ ๆ
หั่นกำไรปี 2569-70F กดดันจากมาร์จิ้น-ต้นทุนขยายสาขาสูง ฝ่ายวิจัยปรับลดประมาณการกำไรปี 2569-70F ของ MAGURO ลง 16% และ 19% ตามลำดับที่ 165 ล้านบาท (+10% YoY) และ 195 ล้านบาท (+18% YoY) การปรับลดกำไรลงบนสมมติฐาน i) ปรับลดรายได้ลง 3-4% ตาม SSSG ลดลงที่ -3% (จากเดิม -1%) ท่ามกลางอุปสงค์อ่อนแอและการแข่งขันรุนแรงขึ้น ii) ปรับลด gross margin ลงที่ 46.0% (จาก 46.8%) ตามกำไร Q1/69 ที่ต่ำกว่าฝ่ายวิจัยคาด กับต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และคชจ. การเปิดสาขาสูงขึ้น และ iii) ปรับเพิ่มสัดส่วน SG&A/Sales ลงที่ 36.1% (จาก 35.8%) จากแผนขยายสาขาเชิงรุก 15-20 แห่งปีนี้ รวมถึงร้านรูปแบบขนาดใหญ่ที่มีคชจ. ก่อนเปิดดำเนินงานสูงกว่า ดังนั้น เราคาดว่าอัตรากำไรสุทธิ (net margin) ปี 2569F จะลดลงที่ 6.5% จาก 7.5% ปี 2568
ตามประมาณการใหม่ของฝ่ายวิจัยและยังคงอิง PER ที่ 16x ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ลดลงที่ 21 บาท จากเดิม 25.00 บาท แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แม้ margin ที่ลดลงและคชจ. การขยายสาขาเชิงรุกที่สูงขึ้นจะกดดันกำไรระยะสั้นก็ตาม แต่ฝ่ายวิจัยยังคงคาดว่าอัตราการเติบโตกำไรเฉลี่ยต่อปี (CAGR ช่วงปี 2569-71F) จะเติบโตแข็งแกร่งราว 18% ทั้งนี้ ราคาหุ้นล่าสุดได้ปรับฐานลงมา 24% แล้วช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าประเด็นความกังวลด้านความขัดแย้งในตะวันออกกลางและกำไร Q1/69 ที่ออกมาต่ำกว่าคาดได้สะท้อนในราคาหุ้นไปมากแล้ว ปัจจุบัน MAGURO ซื้อขายที่ PEG ratio น่าสนใจต่ำเพียง 0.4x ซึ่งต่ำกว่า peers ที่ราว 1.0x
ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ, การแข่งขันรุนแรงและการจับจ่ายใช้สอยผู้บริโภคอ่อนแอกว่าที่คาดไว้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
