อัปเดต 8 แพ็กเกจตรวจโควิดแบบ DRIVE THRU

อัปเดต 8 แพ็กเกจตรวจโควิดแบบ DRIVE THRU
TNN ช่อง16
24 ธันวาคม 2563 ( 10:45 )
254
อัปเดต 8 แพ็กเกจตรวจโควิดแบบ DRIVE THRU

        สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศช่วงหลายวันที่ผ่าน เริ่มน่าเป็นห่วงเข้าไปทุกที โดยจากตัวเลขผู้ติดเชื่อทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนทำให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องออกมาตรการล็อกดาวน์แล้วหลายจังหวัด 

        หลายคนอาจจะยังกังวล โดยเฉพาะคนที่เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง หรือจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ ดังนั้นการเดินทางไปตรวจหาเชื้อโควิดด้วยตนเองที่โรงพยาบาล จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยคลายความกังวลได้ในเบื้องต้น ซึ่งการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ง่ายๆไม่ยุ่งยากก็คือ การตรวจแบบ DRIVE THRU แถมยังไม่ต้องไปแออัดหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยจำนวนมากๆในโรงพยาบาล  ล่าสุดมีแพ็กเกจตรวจโควิดแบบ DRIVE THRU  มาอัปเดตด้วยกัน 8 โรงพยาบาล ได้แก่ 

  1. โรงพยาบาลเกษมราษฎร์  บางแค  ราคาแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 3,000 บาท  สามารถรู้ผลได้ภายใน 1-2 วัน โดยโรงพยาบาลจะแจ้งผลผ่าน SMS LINE หรือ โทรศัพท์ แจ้งไปยังผู้ตรวจ
  2. สินแพทย์ รามอินทรา าคาแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 3,000  บาทเช่นกัน  รู้ผลตรวจภายใน 1-2 วันและจะแจ่งผลผ่านทาง SMS
  3. โรงพยาบาล รามคำแหงาคาแพ็กเกจเริ่มต้นที่   3,500 บาท รู้ผลภายใน 6 ชม. และส่งผลรวจผ่านช่องทาง SMS อีเมล และ ไปรษณีย์
  4. โรงพยาบาลนครธนาคาแพ็กเกจเริ่มต้น 3,740  บาท  รู้ผลภายใน 6 ชม.และจะแจ่งผลตรวจผ่านทาง SMS หรือ โทรศัพท์
  5. โรงพยาบาลพญาไท 3 ราคาแพ็กเกจเริ่มต้น 4,000  รู้ผลตรวจภายใน 24 ชม. และจัดส่งผลตรวจผ่านทาง SMS 
  6. โรงพยาบาลเอกชัย สมุทรสาคร  ราคาแพ็กเกจเริ่มที่ 4,000 บาท สามารถรู้ผลตรวจได้ภายใน 1-2 วัน ผ่านช่องทาง SMS 
  7. โรงพยาบาลสุขุมวิทาคาแพ็กเกจเริ่มต้นจะอยู่ที่ 5,500 บาท  รู้ผลการตรวจได้ภายใน 24 ชม. และเจ้าหน้าที่จะจัดส่งผลตตรวจผ่านทาง SMS และ อีเมล
  8. โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท   าคาแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 6,500 บาท  จะทราบผลตรวจภายใน  1-2 วัน และส่งผลตรวจผ่าน SMS 
       สำหรับกรณีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ฯนั้น สามารถตรวจหา COVID-19 ฟรีได้ที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ที่มีอยู่ทั้ง บัตรทอง ประกันสังคม และสิทธิการรักษาตามสวัสดิการราชการ 
         อย่างไรก็ตาม ล่าสุดศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้ประกาศแบ่งพื้นที่แต่ละจังหวะที่มีความเสี่ยงสูงไปถึงจังหวัดที่มีความเสี่ยงต่ำ  ตั้งแต่พื้นที่สีแดง พื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และมีมากกว่า 1 พื้นที่  ,พื้นที่สีส้ม พื้นที่ติดกับสีแดง หรือมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 10 คน และมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 4 จังหวัด ,พื้นที่สีเหลือง  มีผู้ติดเชื้อไม่เกิน 10 คน และมีแนวโน้มสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และพื้นที่สีเขียว คือ จังหวัดที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อและไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าจะมีผู้ติดเชื้อ 



        หากตรวจสอบแล้วว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงในระดับรุนแรง หรือในระดับสีแดง และพื้นที่ความเสี่ยงรองลงมา(พื้นที่สีส้ม) หรือหากไล่เช็กไทม์ไลน์ของตนเองแล้วไม่ได้เดินทางไปยังจุดเสี่ยงแล้วล่ะก็ อาจจะยังไม่ต้องกังวลถึงขั้นต้องไปเสียเงินซื้อแพ็กเกจตรวจเองในทันที แต่หากไม่แน่ใจก็ขอให้กักตัวอยู่ที่บ้านก่อน 14 วันเพื่อสังเกตอาการให้แน่ใจ และเว้นระยะห่างกับคนในครอบครัวก่อนจะดีที่สุด  ที่สำคัญคือ " ไม่ตื่นตระหนก " จะทำให้เราสามารถตัดสินใจและผ่านเหตุการครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอน

 เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE

ข่าวที่เกี่ยวข้อง