"ลิซ ทรัสส์" นั่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ จับตาจุดยืนบนเวทีโลก
"ลิซ ทรัสส์" นายกรัฐมนตรีคนใหม่ สหราชอาณาจักร .. ต้องมาสานต่อการบริหารประเทศท่ามกลางปัญหารุมเร้า .. แนวทางของเธอคนนี้จะเป็นอย่างไร
เมื่อช่วงค่ำวานนี้ มีการประกาศผลการเลือกหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมคนใหม่ หลังจากการหาเสียงต่อเนื่องมานานกว่า 2 เดือน ซึ่งปรากฏว่า "ลิซ ทรัสส์" รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้รับเลือกจากสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยมด้วยคะแนนเสียง 81,326 คะแนน เอาชนะ "ริชี ซูหนัก" รัฐมนตรีคลัง ที่ได้คะแนนเสียง 60,399 คะแนน
ส่งผลให้ "ลิซ ทรัสส์" จะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษคนใหม่ แทนที่ "บอริส จอห์นสัน" ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมไปโดยปริยาย เนื่องจากอนุรักษนิยมเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล
โดยในวันนี้ นายกรัฐมนตรีคนใหม่และหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยม จะเดินทางไปสกอตแลนด์ เพื่อเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่
"ลิซ ทรัสส์" ยังถือเป็นกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของพรรคอนุรักษ์นิยมนับตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2015 และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงอังกฤษคนที่ 3 ต่อจาก มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ และ เทเรซา เมย์ คาดว่าเธอจะเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนมกราคม 2025
ทรัสส์ ได้กล่าวขอบคุณบอริส จอห์นสัน ที่ยืนหยัดต่อต้านปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน ทำให้เบรกซิทสำเร็จ เดินหน้าฉีดวัคซีนโควิด และ crushing Jeremy Corbyn
เธอกล่าวขอบคุณ และบอกว่ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเลือกเป็นผู้นำ และขอบคุณพรรคที่ดำเนินการสัมภาษณ์งานที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของเธอ รวมถึงบรรดาผู้สนับสนุนเธอด้วย
ขณะที่ก่อนหน้านี้ในระหว่างศึกดีเบต "ลิซ ทรัสส์" ได้บอกว่าพร้อมยิงอาวุธนิวเคลียร์ไทรเดนต์ (Trident) หรือ ขีปนาวุธข้ามทวีปติดหัวรบนิวเคลียร์ ใช้ยิงจากเรือดำน้ำของอังกฤษเพื่อทำลายล้างถ้ามีความจำเป็น โดยเชื่อว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นหน้าที่อันสำคัญของคนเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เธอไม่ได้ระบุว่าจะใช้กับประเทศใด แต่ได้เตือนว่า "ยุคแห่งความใจเย็นจบลงแล้ว"
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเศรษฐกิจคือเรื่องหลักที่ผู้นำใหม่ต้องเร่งจัดการ หลังอังกฤษตต้องเผชิญเงินเฟ้อรุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี ที่ 10.1% ในเดือนกรกฎาคม และโกลด์แมน แซคส์ประเมินว่า อาจแตะ 20% หากราคาก๊าซยังไม่ลดลง
นางลิซ ทรัสส์ ได้กล่าวก่อนที่จะการประกาศผลจะเริ่มต้นขึ้น โดยระบุว่า จะแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เพื่อเริ่มทำงานทันที โดยภายในสัปดาห์แรกของรัฐบาลใหม่ เธอจะออกมาตรการเชิงปฏิบัติฉุกเฉินด้านราคาน้ำมันและสินค้าพลังงาน
จอห์น แคมฟ์เนอร์ ผู้อำนวยการบริหารโครงการ ยูเคอินเดอะเวิลด์ ของชาธัมเฮาส์ ซึ่งเป็นสถาบันด้านนโยบายให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ว่า ตลอดหลายปีที่เฝ้าติดตามการเมืองในสหราชอาณาจักรหรือยูเค เขาไม่เคยคิดว่าจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่คนใดที่จะต้องรับตำแหน่งในช่วงที่มีปัญหามากมายท่ามกลางสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้ จริงอยู่ว่าทั้งโลกและยุโรปกำลังเผชิญปัญหามากมาย แต่อังกฤษกำลังเกิดปัญหาต่าง ๆ ที่รุมเร้าราวกับพายุที่มีความรุนแรงมากเป็นพิเศษ
ส่องนโยบาย "ลิซ ทรัสส์"
- มีแนวคิดให้อังกฤษเคียงข้างสหรัฐฯ ต่อต้าน จีน-รัสเซีย
ในขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ เธอมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนักกับสหภาพยุโรป หรืออียู และจีน ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาในการสานต่อความสัมพันธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรี
- จะไม่นำอังกฤษเข้าสู้รบทางทหารโดยตรงกับรัสเซีย
- ส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อจีน จะประกาศให้จีนเป็น "ภัยคุกคามความมั่นคง"
- จะตั้งเป้าการใช้งบกลาโหม 2.5% ของจีดีพีในปี 2026 / และ 3% ในปี 2030
- จะยกเลิกการปรับขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่มีแผนปรับขึ้น 19% เป็น 25% ปี 2023
- จะระงับ "อากรสีเขียว" (green levy) หรือ ภาษีสิ่งแวดล้อม ที่เป็นส่วนหนึ่งของค่าพลังงานที่ประชาชนต้องจ่าย
แต่ตรงนี้นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า การอัดฉีดเงินจำนวนมากเข้ากระเป๋าผู้บริโภคอาจทำให้ปัญหาเงินเฟ้อของอังกฤษแย่ลง
- จะต้องลดค่าใช้จ่ายลง ด้วยการขยายระยะเวลาการชำระ "หนี้โควิด" ของสหราชอาณาจักรให้นานขึ้น
- จะให้คนกลับมาทำงานในสำนักงานมากขึ้น
- ต่อต้านสังคมไร้เงินสด
อัพเดทข่าวไฮไลต์และบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ มาเป็นเพื่อนใน Line กับ TNN World คลิก https://lin.ee/LdHJXZt
ติดตาม TNN World ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/TNNWorld
Website : https://bit.ly/TNNWorldWebsite
Youtube : https://bit.ly/TNNWorldTodayYouTube
TikTok : https://bit.ly/TNNWorldTikTok