นายกฯ ใหม่อังกฤษสั่งปลดรัฐมนตรีใกล้ชิดรัฐบาลเดิม โทรคุย “ทรัมป์” เป็นงานแรก

นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักร แอนดี เบอร์แนม เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ (20 กรกฎาคม) พร้อมปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ โดยปลดรัฐมนตรีหลายคนที่เป็นผู้ภักดีต่ออดีตนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ และประกาศแผนระยะ 10 ปีเพื่อบรรเทาวิกฤตค่าครองชีพ รวมทั้งส่งสัญญาณว่านโยบายของรัฐบาลจะเอนเอียงไปทางฝ่ายซ้ายมากขึ้น
หลังเข้ารับตำแหน่งที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีเลขที่ 10 ถนนดาวนิง เบอร์แนมเริ่มปฏิบัติหน้าที่ทันที โดยโทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ก่อนประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่
เบอร์แนม ในวัย 56 ปี ให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมของอังกฤษ และยุติปัญหาคนไร้บ้านที่ต้องนอนตามท้องถนน หลังเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ณ พระราชวังบักกิงแฮม เพื่อรับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ภายหลังการพ้นจากตำแหน่งของสตาร์เมอร์
เขากล่าวหน้าทำเนียบนายกรัฐมนตรีว่า สหราชอาณาจักรจำเป็นต้องแสดงให้โลกเห็นว่าสามารถ "กลับมามีเสถียรภาพได้อีกครั้ง" พร้อมให้คำมั่นว่าจะสร้าง "รูปแบบการเมืองใหม่" และ "สร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่"
โฆษกรัฐบาลอังกฤษระบุว่า ในการสนทนากับทรัมป์ เบอร์แนมได้ย้ำถึง "ความมุ่งมั่นด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง" ส่วนในการพูดคุยกับเซเลนสกี เขายืนยันว่า ทั้งตัวเขาและสหราชอาณาจักรยังคงสนับสนุนยูเครนอย่างแน่วแน่ในการป้องกันการรุกรานจากรัสเซีย
เบอร์แนมเดินทางมาถึงทำเนียบนายกรัฐมนตรีพร้อมภรรยา มารี-ฟรองซ์ ฟาน ฮีล ท่ามกลางเสียงปรบมือจากผู้สนับสนุน พร้อมกล่าวยอมรับว่า เขาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของสหราชอาณาจักรนับตั้งแต่ปี 2016
จากนั้นเขาเร่งแสดงบทบาทผู้นำด้วยการปลดรัฐมนตรีหลายคนที่ใกล้ชิดกับสตาร์เมอร์ และปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรีคนอื่น ๆ ที่เคยทำงานในรัฐบาลชุดก่อน เบอร์แนม ยังให้คำมั่นว่า จะ "ช่วยให้ประชาชนได้มีพื้นที่หายใจ" ด้วยมาตรการลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งจะเริ่มทยอยประกาศตั้งแต่วันอังคาร
อดีตรัฐมนตรีกลาโหม จอห์น ฮีลีย์ ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลใหม่ของเบอร์แนมเป็นหนึ่งในสมาชิกรัฐสภาพรรคแรงงานหลายคนที่เดินทางเข้าสู่บ้านเลขที่ 10 ทำเนียบนายกรัฐมนตรีในวันจันทร์
ฮีลีย์ วัย 66 ปี ลาออกจากรัฐบาลของสตาร์เมอร์เมื่อเดือนก่อน หลังกล่าวหาว่ารัฐบาลลงทุนด้านกลาโหมไม่เพียงพอ และทำให้ประเทศ "ขาดแคลนศักยภาพ" ที่จำเป็นต่อการป้องกันตนเองในโลกที่มีความเสี่ยงมากขึ้น แม้ฮีลีย์จะไม่ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งสำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง แต่เขาเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยในกระทรวงการคลังระหว่างปี 2002–2007 นอกจากนี้ เอ็ด มิลลิแบนด์, ชาบานา มาห์มูด และหลุยส์ เฮกห์ ต่างก็เดินทางเข้าสู่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีเช่นกัน
สำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษแถลงว่า นายกรัฐมนตรีเบอร์แนมแต่งตั้ง เอ็ด มิลลิแบนด์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ มิลลิแบนด์กล่าวหลังออกจากทำเนียบนายกรัฐมนตรีว่า "นี่คือเกียรติสูงสุดในชีวิตของเขา"
ทั้งนี้ เบอร์แนม กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของสหราชอาณาจักรในรอบ 10 ปี พร้อมประกาศว่าจะปฏิรูประบบการเมือง สร้างรูปแบบเศรษฐกิจใหม่ และฟื้นฟูประเทศที่ "เบื่อหน่ายกับการเปลี่ยนผู้นำอยู่ตลอดเวลา"
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
