BGRIMชูโรงไฟฟ้าใหม่ Q4กำไรปกติโตเท่าตัว

BGRIMชูโรงไฟฟ้าใหม่ Q4กำไรปกติโตเท่าตัว
ทันหุ้น
24 กุมภาพันธ์ 2564 ( 08:45 )
29
BGRIMชูโรงไฟฟ้าใหม่ Q4กำไรปกติโตเท่าตัว

ทันหุ้น –จับตา BGRIM โบรกคาดกำไรปกติพุ่ง 104% ทะลุ 835 ล้านบาท จากการ COD โรงไฟฟ้าใหม่ระหว่างปีรวม 162 เมกะวัตต์ และต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติลดลง ส่วนทั้งปี 2563 คาดกำไรปกติจะอยู่ที่ 2.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% มองปี 2564 เติบโตต่อเนื่อง การลงทุนใหม่สร้างอัพไซด์


บริษัท หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ว่า แม้ว่ารายได้ยังมีผลกระทบบ้างคาดลดลง 1% จากไตรมาสก่อน และ 1.6% จากปีก่อน เป็น 11,074ล้านบาท เพราะไตรมาสก่อนมีค่า EP จาก EGAT ลดลงตามฤดูกาล ได้ IU ช่วยหนุนจากการฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ GPM คาดที่ 25.1% (New high) จาก 21.9% ในไตรมาส 3/2563 และ 18.7% ในไตรมาส 4/2562 จากราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวลงค่อนข้างแรงในไตรมาส 4/2563 คาดที่ 219 บาทต่อล้านBTU (-6.8% จากไตรมาสก่อน, -17.6% จากปีก่อน) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดที่ 525 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.0% จากไตรมาสก่อนเป็นปกติที่ไตรมาส 4 จะสูงที่สุดของปี แต่คาดลดลง 20% จากปีก่อน


ส่วนค่าใช้จ่ายทางการเงินคาดที่ 980 ล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 33.9% จากปีก่อน จากการเริ่มรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายโครงการ Solar เวียดนาม คาดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 150 ล้านบาท กำไรสุทธิคาดที่ 723 ล้านบาท กำไรปกติคาดที่ 573 ล้านบาท (-23.1% จากไตรมาสก่อน, +33.8% จากปีก่อน)

ขณะที่การ JV สร้างโอกาสจำนวนมากในอนาคต ทั้ง Solar roof และ Green field เป็น Upside  รวมถึงโครงการรอปิดดีลอีกไม่น้อยกว่า 600-700 เมกะวัตต์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คงมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของ BGRIM


ส่วนการขายหุ้นทั้งหมดที่มีของ ADB ทำให้ปลดล็อคประเด็นกดดันในระยะยาว และทำให้ ADB ปล่อยกู้ได้มากขึ้น


ด้านราคาปัจจุบันซื้อขายที่ PER64 ต่ำเพียง 39.6 เท่า ซึ่งยังไม่รวมอีกหลาย Upside เป็นโอกาสสะสม แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 60 บาท


*ลุ้นกำไรปกติ Q4/63 พุ่ง 104%


บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) ประเมิน กำไรปกติไตรมาส 4/2563 ที่ 835 บาท (+104% จากปีก่อน, +67%จากไตรมาสก่อน) อย่างไรก็ตามหากตัดรายการ Fx gain ราว 300 ล้านบาทออก หลังค่าเงินบาทแข็งค่าราว +5% จากไตรมาสก่อน กำไรปกติจะอยู่ที่ราว 535ล้านบาท (+25% จากปีก่อน, -28% จากไตรมาสก่อน) โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากการ COD โรงไฟฟ้าใหม่ระหว่างปี (โครงการ ATP 123 MW ในไตรมาส 1/2563 และ Ray Power 39 MW ในไตรมาส 4/2563) และต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติที่ลดลงมาที่ 214บาท/mmBTU (-20% จากปีก่อน, -9% จากไตรมาสก่อน)


ส่วนกำไรที่ลดลงจากไตรมาสก่อน จากปัจจัยฤดูกาล (ทั้งนี้กลุ่มลูกค้า IUs ซึ่งได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ในช่วง ครึ่งแรกปี 2563 ได้กลับมาใช้ไฟฟ้าปกติแล้วในไตรคมาส 4/2563)


ทั้งนี้หากกำไรปกติไตรมาส 4/2563 ออกมาใกล้เคียงกับที่ประเมิน จะทำให้กำไรปกติปี 2563 อยู่ที่ราว 2.6 พันล้านบาท (+22% จากปีก่อน) อยู่ในกรอบประมาณการเดิม ในขณะที่กำไรปกติปี 2564 คาดอยู่ที่ราว 3.1 พันล้านบาท (+16% จากปีก่อน) หนุนโดยการรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการ ATP และ Ray power รวม 162 MW และการ COD โครงการใหม่ในปี 2564 ประกอบด้วย Bo Thong 16MW และ BPAM extension 124 เมกะวัตต์ พร้อมกับค่าก๊าซธรรมชาติที่ยังมีแนวโน้มลดลงในปี 2564 อิงคาดการณ์จาก PTT ราคาก๊าซเฉลี่ยอยู่ที่ราว 220 บาท/mmBTU (-8% จากปีก่อน)


*การลงทุนใหม่เป็นอัพไซด์


โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาโครงการเพิ่มเติมทั้งในและต่างประเทศกำลังการผลิตรวมราว 3.7-3.9GW โดยโครงการที่คาดว่าจะเห็นความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 ประกอบด้วย 1.โครงการในเวียดนาม LNG to power 3,000 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 200เมกะวัตต์ 2.โครงการ SPP ในไทยอยู่ระหว่างการเจรจา M&A 3-4 แห่ง รวม 300-400เมกะวัตต์ และ 3.โครงการ SPP co-gen ในมาเลเซีย ราว 200-250 เมกะวัตต์ ซึ่งหากสำเร็จจะเป็น Upside ให้กับประมาณการ


ประเมินราคาเป้าหมาย 55.00 บาท อิง DCF (WACC 5.0%, TG 0.0%) Key catalyst คือโครงการที่อยู่ระหว่างการเจรจากว่า 3.7-3.9GW ซึ่งคาดว่าจะเห็นความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564

ข่าวที่เกี่ยวข้อง