รีเซต

นายกฯ แถลงนโยบาย “10 Plus” มั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ โลกเชื่อมั่น

นายกฯ  แถลงนโยบาย  “10 Plus” มั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ โลกเชื่อมั่น
TNN ช่อง16
9 เมษายน 2569 ( 11:55 )
12

การประชุมร่วมกันของรัฐสภา วันนี้ (9 เม.ย.69) มีวาระเรื่องด่วน คือ คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเวลาประมาณ 08.50 น. ซึ่งนโยบายส่วนใหญ่ เป็นนโยบายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย โดยมีนโยบายที่น่าสนใจ ดังนี้


เรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ เช่น

- จัดทำพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง

- ปรับลดรายจ่ายของหน่วยงานของรัฐที่ไม่จำเป็น และไม่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ


นโยบาย 5 ด้าน ที่จะดำเนินการ มีดังนี้

1. นโยบายด้านเศรษฐกิจ

- โครงการคนละครึ่งพลัส

- กฎหมายภาษีบ้านเกิดเมืองนอน ( เปิดโอกาสให้ประชาชนและนิติบุคคล สามารถเลือกจัดสรรภาษีเงินได้ประมาณ 10-30% ของตนเอง ให้กลับไปพัฒนาท้องถิ่นที่ตนเองต้องการ หรือบ้านเกิดได้โดยตรง)

- นโยบายเกษตรแม่นยำ เกษตรมั่งคง เกษตรยั่งยืน

- โครงการดอกเบี้ยคนละครึ่งสำหรับเกษตรกร


2. นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง

- ผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี พ.ศ. 2571

- การทูตวิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม (เพื่อไทย)

- ศึกษาแนวทางการยกเลิก (MOU 2544)

-โครงการทหารอาสา 100,000 อัตรา สัญญาจ้าง 4 ปี มีค่าตอบแทน

.

3. นโยบายด้านสังคม

- เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา

- โครงการพยาบาลอาสาประจำหมู่บ้านดูแลช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้อยู่ในภาวะพึ่งพิงในชุมชน

4. นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม

- นโยบายพรรคเพื่อไทย อันไหน บรรจุในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงบ้าง

- ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการขนส่งที่จัดซื้อรถสมัยใหม่ที่ปล่อยมลพิษต่ำทดแทน

-  ผลิตจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศที่มีคุณภาพและราคาถูก


5. นโยบายด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย

- ราชการทันใจ มุ่งานสู่ “ระบบดิจิทัลอัจฉริยะ”


นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเรื่องความมั่นคง เสริมสร้างเสถียรภาพ โดยยึดผลประโยชน์ของไทยเป็นที่ตั้งและรักษา ปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับทุกขั้วอำนาจในบริบทโลกหลายขั้ว กระชับความสัมพันธ์กับมหาอำนาจขนาดกลาง และพันธมิตรใหม่ในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสร้างทางเลือกและเพิ่มความยืดหยุ่น ในการถ่วงดุลระหว่างขั้วอำนาจต่าง ๆ


ส่วนการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ยังคงเดินต่อตามแนวทางด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ และ ทบทวนนโยบายการตรวจลงตรา (Free Visa)และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อตัดช่องทางการเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์ อาชญากรข้ามชาติทุกรูปแบบ รวมถึงการฟอกเงินและทุนเทา


และ ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล จะดำเนินการโดยยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง และการเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยการดำเนินนโยบายจะใช้จ่าย จากแหล่งเงินงบประมาณ และเงินนอกงบประมาณ เช่น เงินกู้กองทุนหมุนเวียน การให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน การระดมทุน ผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก และจะใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครั ดด้วยความรอบคอบ กำกับการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ


ส่งเสริมให้เกิดการบริหารสินทรัพย์ของภาครัฐให้มีความคุ้มค่าโปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งเสริมบทบาทภาคเอกชนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน และลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศในระยะยาว


และในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอย้ำว่า ความท้าทายและความผันผวน ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญในวันนี้ และอนาคตอันใกล้ เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับหากเราหยุดนิ่ง จะยิ่งทำให้ประเทศถดถอย รัฐบาลพร้อมเติมเต็ม และทุ่มเทสรรพกำลังที่มีอยู่ อย่างเต็มความสามารถ เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน และนำพาประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาประเทศไทยอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกคน มีส่วนร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของประเทศไทยในระยะยาว


"กระผมจะทำทุกวิธีทาง เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และโลกมีความเชื่อมั่นในประเทศไทย" นายกรัฐมนตรี กล่าว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง