รีเซต

‘ADVANC ปี 67’ ลุยต่อ หรือ พอก่อน?

‘ADVANC ปี 67’  ลุยต่อ หรือ พอก่อน?
ทันหุ้น
7 ธันวาคม 2566 ( 13:10 )
88
‘ADVANC ปี 67’  ลุยต่อ หรือ พอก่อน?

#ทันหุ้น - บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ส่องหุ้น ADVANC คาด FY2567 กำไรแตะระดับ 3 หมื่นล้าน ด้วยปัจจัยเด่นได้แก่ 1) บริษัทมีความพยายามกระจายรายได้หลายช่องทาง 2)รับรู้รายได้จาก TTTBB เต็มปี 3) มอง ARPU ทั้ง Mobile และ Fixed Broadband จะทยอยฟื้นตัว และ 4) มีความพยายามใช้ 5G ในระดับ Enterprise และเสนอการให้บริการใหม่ที่จะช่วยให้ความต้องการอินเตอร์เน็ตมีความจ าเป็นมากขึ้น ทางฝ่ายมองราคาพื้นฐานปี 67’ ที่ 250 บาท กับ Upside 16.4% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

 

 

Fixed Broadband หลังควบรวมมี Subscriber โตก้าวกระโดด หนุนกำไรโต y-y 

 

หลังการควบรวม TTTBB ทำให้งวด Q3/66 มี Subscriber ฝั่ง Fixed Broadband เพิ่มจากเดิม 2.4 ล้านราย สู่ระดับ 4.7 ล้านราย (+97%y-y) นอกจากนี้หลังการควบรวม ARPU ยังขยับจาก 428 บาทต่อเดือนต่อเลขหมาย สู่ 508 บาทต่อเดือนต่อเลขหมาย ทำให้ทางฝ่ายคาดรายได้ของ Fixed Broadband มีโอกาสขยับจากก่อนควบรวม (สิ้นงวด Q3/66) ที่ 3,021 ล้านบาท คิดเป็น 6.5% ของรายได้รวม สู่หลังควบรวมที่จะได้รับรู้เต็มไตรมาสเป็นไตรมาสแรกงวด Q1/67 ที่ 7,438 ล้านบาท ซึ่งจะขยับขึ้นมาเป็น 14.2% ของรายได้รวม 

 

อย่างไรก็ตามในงวด Q4/66 อาจต้องรับรู้ต้นทุนของธุรกรรมการควบรวมเข้ามากระทบบ้าง แตในช่วงดังกล่าวนั้นยังเป็นช่วง High Season ของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัท รวมทั้งเป็นจังหวะในการขายเครื่องพร้อมผูกแพ็คเกจในช่วงท้ายปี ทำให้มองกำไรจะยังเติบโตต่อได้ โดยเฉพาะปี 2566 นี้จะเป็น High Season ส่งท้ายปีเป็นปีแรกที่ไม่มีผลกระทบจากโรคระบาด และผลของการควบรวม TTTBB จะเป็นผลดีต่อบริษัทในระยะยาว

 

มุมมองต่อปี 67 มีโอกาสโตได้อีก

 

ทางบริษัทมีเป้าหมายให้ปี 2566 เป็นปีที่ ADVANC จะมี ARPU ทั้งในฝั่งโทรศัพท์เคลื่อนที่และในฝั่ง Fixed Broadband ต่ำสุดแล้ว ส่วนในปี 2567-2568 มองจะมีแนวโน้มฟื้นตัวมากขึ้น ทั้งจาก 1) มองได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลก จะกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้หลักจากการเดินทางข้ามดินแดนและเปิด Roaming 2) คาดการแข่งขันรุนแรงลดลง 3) บริษัทมีแผน Add Value การให้บริการให้สูงขึ้น และ 4)การเพิ่มช่องทางการแลก AIS Point กับพันธมิตรให้มากขึ้น 

 

ด้านการถือครอง JASIF เป็นไปตามเงื่อนไขการเข้าซื้อ TTTBB นั้น มี Lock-up ที่ระดับ 19% ถึงสิ้นปี 2568 หลังจากนั้นจะมีระดับ Lock-up ที่ 15% ทำให้ทางฝ่ายมองเป็นช่องทางในการขายคืนเพื่อนำเงินไปทำอย่างอื่นสำหรับธุรกิจในภายหน้าได้ ส่วนธุรกิจ Data Center อยู่ในระหว่างดำเนินการร่วมกับทาง GULF และบริษัทมีความพยายามเจาะลูกค้า 5G Enterprise มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยสะท้อนบริษัทมีความพยายามหาช่องทางรายได้ใหม่โดยต่อยอดจากธุรกิจเดิมที่มีอยู่ 

 

พื้นฐานดี มี Upside คำแนะนำ “ซื้อ” 

 

จากปัจจัยที่กล่าวไป หลังควบรวม TTTBB ไปแล้ว ทางฝ่ ายมอง ADVANC จะเติบโตจากสัดส่วนธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น สำหรับกำไรปีนี้คาดไว้ที่ 30,746.48 ล้านบาท (+2.84% y-y) คงราคาเป้าหมายปี 2567 ประเมินไว้ที่ 250.00 บาทต่อหุ้น มี Upside 16.4% ทางฝ่ายจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง