GUNKULโกยติดโซลาร์รูฟ ธุรกิจเทรดดิ้งโตกว่า2เท่า

#GUNKUL #ทันหุ้น - GUNKUL เผย ดีมานด์ภาคครัวเรือนติดตั้งโซลาร์รูฟพุ่ง หลังภาครัฐออกมาตรการสนับสนุน “ลดหย่อนภาษี-สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ-รับซื้อไฟคืน” หนุนรายได้บริษัทในเครือ “GRoof” เพิ่ม 66% แตะ 500 ล้านบาท ธุรกิจเทรดดิ้งยอดกระโดด ตั้งเป้า 700 ล้านบาท โตกว่า 2 เท่า จากปีก่อน ด้านโบรกมองรับอานิสงส์เต็ม เชื่อเป็นแหล่งทำกำไรสำคัญ แนะซื้อ พร้อมอัพเป้าราคาเหมาะสมขึ้น
นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยกับ “ทันหุ้น”ว่า ความต้องการ (ดีมานด์) ในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมีมากขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากเกิดวิกฤติพลังงาน ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง และภาครัฐอยู่ระหว่างการหารือคิดค่าไฟแบบขั้นบันไดสำหรับภาคครัวเรือนที่ใช้ไฟเกิน 200 หน่วยต่อเดือน ส่งผลให้ค่าไฟที่เกินจะคิดราคาสูงขึ้น ยิ่งทำให้ประชาชน และภาคธุรกิจต่างๆ ให้ความสนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มบ้านพักอาศัย จากเดิมที่มีความลังเล แต่พอรัฐบาลสนับสนุน คือ มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปโดยสามารถลดหย่อนค่าซื้ออุปกรณ์และติดตั้งได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ทำให้ระยะเวลาการคืนทุนเร็วขึ้น จาก 5-7 ปี เหลือ 2-3 ปีเท่านั้น
@มาตรการรัฐหนุน
รวมถึงยังมีโครงการโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เช่น ธนาคารออมสิน ให้ประชาชนกู้เงินไปติดตั้งโซลาร์รูฟ ดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 3.5% ที่ให้อัตราดอกเบี้ยต่ำประมาณ 3% กว่าๆ ซึ่งเมื่อคำนวณแล้ว ค่าผ่อนต่อเดือน (ประมาณ 3,000-4,000 บาท) อาจจะน้อยกว่าค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้ (ประมาณ 5,000 กว่าบาท) ทำให้ผู้ติดตั้งไม่ต้องจ่ายเงินก้อน
นอกจากนี้ล่าสุดรัฐบาลออกมาตรการให้ประชาชนสามารถขายไฟคืนให้ภาครัฐได้ ซึ่งเดิมมีผู้กังวลการติดตั้งว่าวันธรรมดาออกไปทำงานไม่อยู่บ้าน แล้วจะไม่ได้ประโยชน์มาก พอมีมาตรการขายคืนไฟให้ภาครัฐได้ในราคา 2.20 บาทต่อหน่วย ดังนั้นมาตรการดังกล่าวเป็นการสนับสนุนและปิดข้อกังวลทั้งหมด ทำให้ประชาชนตัดสินใจง่ายขึ้นในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป
“ก่อนหน้านี้กลุ่มบ้านพักอาศัย ไม่ติดโซลาร์รูฟ เพราะมีความกังวลหลายเรื่องทั้งใช้เงินเยอะ คืนทุนนาน แต่พอรัฐบาลมีการออกมาตรการมาปิด Pain Point ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรการลดหย่อนภาษี สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และหากใช้ไฟเหลือสามารถขายคืนได้ หนุนให้ประชาชนสนใจติดตั้งโซลาร์รูฟมากขึ้น”
@รายได้ติดตั้งปีนี้พุ่ง
สำหรับขณะนี้มีลูกค้าติดต่อขอติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้นทุกกลุ่ม ซึ่งจะส่งผลดีกับบริษัทในเครือของ GUNKUL ที่รับติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป คือ GRoof โดยปีนี้คาดว่าจะมีรายได้เฉพาะติดตั้งบ้านพักอาศัยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 66% เป็น 500 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 300 ล้านบาท และเชื่อว่าภาคธุรกิจต่างๆ โรงพยาบาล โรงเรียนฯลฯจะมีการติดตั้งโซลาร์รูฟมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจเทรดดิ้งอุปกรณ์เกี่ยวกับการติดตั้งพลังงานทดแทนมีคำสั่งซื้อเข้ามามากขึ้น โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้ามีรายได้อยู่ที่ 700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว จากปีก่อนที่มีรายได้ 200 ล้านบาท
สำหรับราคาติดตั้งโซลารรูฟท็อปของ GRoof สามารถติดตั้งได้ทั้งระบบไฟฟ้าเฟส 1 เฟส ขนาด 3 กิโลวัตต์ และ 5 กิโลวัตต์ และระบบไฟฟ้า 3 เฟส ขนาด 5 กิโลวัตต์ และ 10 กิโลวัตต์ ซึ่งมี 2 แบรนด์ให้เลือก คือ SUNGROW และ HUAWEI ราคาติดตั้งเริ่มต้น 115,000 บาท สำหรับ 3 กิโลวัตต์ ส่วน 5 กิโลวัตต์ต่างจาก 3 กิโลวัตต์เพียง 30,000 บาท และผลิตไฟได้เพิ่มขึ้น 67% จึงแนะนำบ้านที่อยู่อาศัยให้ติดตั้ง 5 กิโลวัตต์ไปเลย หากไฟเหลือก็ขายคืนให้ภาครัฐได้
ส่วนต้นทุนอุปกรณ์ต่างๆ มีทยอยรับราคาขึ้นมาตั้งแต่ 1 เมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากจีนยกเลิกการอุดหนุนภาษี (Subsidy) นอกจากนี้ราคาอินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี และค่าขนส่งก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน แต่ปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้ขึ้นราคา เพราะก่อนที่จีนจะยกเลิกการอุดหนุนนั้น บริษัทได้มีการซื้อตุนไปแล้ว แต่หากสต็อกรอบนี้หมด ก็จะต้องมีการปรับราคาขายและราคาติดตั้งเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนกับต้นทุนที่สูงขึ้น
@หนุนกำไร
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ระบุว่า ฝ่ายวิจัยเชื่อว่า GUNKUL จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากโครงการรับซื้อคืนพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ของประเทศไทย ด้วยจุดแข็งในปัจจุบันของ GUNKUL ในห่วงโซ่คุณค่าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งครอบคลุมทั้งฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์และแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ผ่านทั้งสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทางอ้อม (โดยรัฐบาลเป็นผู้ซื้อ) และสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) กับผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรม (ซึ่งจะเริ่มใช้ในเร็วๆ นี้) รวมถึงโครงการรับซื้อคืนพลังงานแสงอาทิตย์จากครัวเรือน
โครงการรับซื้อคืนพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา น่าจะเป็นแหล่งทำกำไรสำคัญของ GUNKUL กระทรวงพลังงานของประเทศไทยกำลังเตรียมเสนอราคารับซื้อไฟจากประชาชนที่ติดตั้งโซลาร์รูฟ 2.2 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าเพื่อขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในวันที่ 28-26 เมษายน ภายใต้แผนดังกล่าว ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย (15.4 ล้านครัวเรือน) จะจ่ายค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำซื้อ GUNKUL และปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย จาก 2.5 บาทต่อหุ้น เป็น 3.5 บาทต่อหุ้น เพื่อสะท้อน การปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ในปี 2569-2571 เพื่อรวมอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อรายได้จากพลังงานหมุนเวียนของ GUNKUL
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
