กรมควบคุมโรค เพิ่ม 3 ภาษา "ลาว เมียนมา กัมพูชา" ในสายด่วน 1422 ดูแลแรงงานข้ามชาติ เฝ้าระวัง โควิด-19

กรมควบคุมโรค เพิ่ม 3 ภาษา "ลาว เมียนมา กัมพูชา" ในสายด่วน 1422 ดูแลแรงงานข้ามชาติ เฝ้าระวัง โควิด-19
มติชน
4 พฤษภาคม 2563 ( 15:37 )
145
กรมควบคุมโรค เพิ่ม 3 ภาษา "ลาว เมียนมา กัมพูชา" ในสายด่วน 1422 ดูแลแรงงานข้ามชาติ เฝ้าระวัง โควิด-19

กรมควบคุมโรค เพิ่ม 3 ภาษา “ลาว เมียนมา กัมพูชา” ในสายด่วน 1422 ดูแลแรงงานข้ามชาติ เฝ้าระวัง โควิด-19

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19

นพ.โสภณ กล่าวว่า มาตรการต่างๆ ในการเฝ้าระวังผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศไทยจะต้องมีการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ 1.เรือนจำ และ 2.ที่พักของแรงงานข้ามชาติ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทางรัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการคัดกรองเฝ้าระวังในประชาชนกลุ่มนี้ไปแล้วในบางส่วน แต่ยังไม่พบการระบาดหรือเหตุการณ์ผิดปกติ และจะดำเนินการตรวจค้นหาคัดกรองใน 2 กลุ่มนี้เพิ่มเติมภายในสัปดาห์หน้า

นพ.โสภณ กล่าวว่า กรมควบคุมโรค สายด่วน 1422 โรคโควิด-19 มีการเพิ่ม 3 ภาษาเพื่อแรงงานข้ามชาติ คือ ภาษาลาว ภาษาเมียนมา และภาษากัมพูชา ในช่วงที่ผ่านมามีการรายงานผู้ป่วยโควิด-19 จาก 3 สัญชาติ จำนวน 24 ราย ส่วนมากจะเป็นสัญชาติเมียนมา กัมพูชา และลาว ดังนั้นการเปิด สายด่วน 1422 โควิด-19 ภาษาสำหรับแรงงานโดยตรง จะสามารถทำให้สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้ดำเนินการไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยองค์กรไม่แสวงหากำไร(NGO) เข้ามาทำงานร่วมกันกับกรมควบคุมโรค มาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานเพื่อรับสาย ให้คำตอบสำหรับผู้ใช้แรงงานข้ามชาติที่มีความประสงค์จะทราบข้อมูล เช่น การดูแลสุขภาพ สถานที่รักษาพยาบาล การปฏิบัติตัวที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้แรงงานข้ามชาติที่อยู่ในประเทศไทย โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม มีจำนวน 73 สาย โดยเป็นผู้ใช้งานภาษาเมียนมา 50 สาย ผู้ใช้งานภาษาลาว 20 สาย และผู้ใช้งานภาษากัมพูชา 3 สาย โดย 5 เรื่องที่โทรเข้ามาสอบถามมากที่สุดคือ 1.สถานการณ์โรค 2.ข้อมูลการข้ามแดน 3.การว่างงานขาดรายได้รวมถึงการตรวจรักษาโรค 4.การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกัน และ 5.ข้อมูลวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

“ จะเห็นได้ว่ากระทรวงสาธารณสุขเห็นความสำคัญของผู้ใช้แรงงานในทุกสัญชาติ และต้องการให้เข้าถึงการดูแลรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการไม่ทราบถึงสถานการณ์ ส่งผลให้มีความเสี่ยงในการแพร่โรคได้ หากผู้ที่มีอาการป่วยก็จะได้รับคำแนะนำในการส่งตัวเพื่อที่จะเข้ารับการรักษาพยาบาลตามสิทธิ์ที่มีได้อย่างรวดเร็ว” นพ.โสภณ กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง