รีเซต

โบรกฯ มองหุ้นกลุ่มรพ.ผลกระทบจำกัด เหตุเปลี่ยนแปลงนโยบายประกัน

โบรกฯ มองหุ้นกลุ่มรพ.ผลกระทบจำกัด เหตุเปลี่ยนแปลงนโยบายประกัน
ทันหุ้น
13 มกราคม 2569 ( 16:07 )

#ทันหุ้น-บล.ทิสโก้ ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ราคาปรับตัวลง หลังมีรายงานในตลาดว่า AIA อาจปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพตั้งแต่เดือนเม.ย. 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าว ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ และอ้างอิงจากข่าวที่หมุนเวียนในตลาดเท่านั้น จากความเข้าใจในปัจจุบัน แม้ AIA มีแผนยกเลิกผลิตภัณฑ์แบบ lump-sum เดิม แต่กำลังพิจารณาเปิดตัวแผน lumpsum ใหม่ ซึ่งจะใช้ได้เฉพาะกับโรงพยาบาลพันธมิตรภายใต้ AIA Smart Network หากทิศทางนี้ได้รับการยืนยัน คาดว่าผลกระทบในระยะสั้นถึงกลางต่อโรงพยาบาลที่ฝ่ายวิจัยศึกษาจะมีจำกัด และมองว่าปฏิกิริยาของตลาดครั้งนี้รุนแรงเกินไป

ประการแรก การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลเฉพาะกับกรมธรรม์ใหม่ที่เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนเม.ย. 2569 เป็นต้นไป ในขณะที่กรมธรรม์ที่มีอยู่เดิมจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงและยังคงเป็นส่วนสำคัญของรายได้จากประกันสุขภาพในปี 2569 ต่อไป

ประการที่สอง ประเทศไทยได้เริ่มใช้นโยบาย copayment ตั้งแต่เดือนมี.ค.2568 แล้ว ซึ่งการปรับพฤติกรรมผู้ป่วยและการใช้บริการได้เกิดขึ้นไปมากแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม้จะมีการบังคับใช้ copayment แต่การเติบโตของเบี้ยประกันสุขภาพใหม่ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 ยังแข็งแกร่ง สะท้อนว่าผลกระทบเชิงพฤติกรรมเพิ่มเติมในปี 2569 น่าจะน้อยกว่าที่ตลาดกังวล

ประการที่สาม เชื่อว่ากลยุทธ์ระยะยาวของอุตสาหกรรมที่มุ่งไปสู่การรักษาที่มีความเข้มข้นสูงและโรคที่ซับซ้อนมากขึ้นนั้นหมายถึงความยืดหยุ่นของราคาที่ลดลง โดยผู้ป่วยจะให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าราคามากขึ้น นอกจากนี้ ทั้งงานวิชาการและข้อมูลในประเทศชี้ว่า ผลกระทบของ copayment จะเด่นชัดในกลุ่มรายได้ต่ำและกลุ่มที่อ่อนไหวต่อราคา และกระจุกตัวในบริการ OPD และเคสที่ไม่รุนแรง มากกว่าผู้ป่วยอาการหนัก

ฝ่ายวิจัยทิสโก้ จึงไม่มองว่าความอ่อนตัวของราคาหุ้นในปัจจุบันนั้นสมเหตุสมผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหุ้น BH, BCH และ BDMS โดย BH มีรายได้ 67% จากผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ ส่วน BCH มีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติประมาณ 13% และสัดส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงการประกันสังคมหรือ SSO ประมาณ 30% ทำให้เหลือรายได้เพียงประมาณ 57% เท่านั้น ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากประเด็นนี้

ส่วน BDMS แม้จะมีรายได้ประมาณหนึ่งในสามจากประกันภัยในประเทศ ก็ควรจะได้รับผลกระทบจำกัดเช่นกัน เนื่องจากโรงพยาบาลหลักสามแห่งของ BDMS เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย AIA Smart Network

ฝ่ายวิจัยทิสโก้ ยังคงคำแนะนำและหุ้นเด่น โดยแนะนำซื้อหุ้น BH ให้ราคาเหมาะสมที่ 224.00 บาท และหุ้น BCH ให้ราคาเหมาะสมที่ 14.10 บาท มองว่ายังคงเป็นผู้ได้ประโยชน์หลักจากการกลับมาของผู้ป่วยชาวคูเวต และแนวโน้มผู้ปวยชาวจีนที่ดีขึ้นในปี 2569

ข่าวที่เกี่ยวข้อง