รีเซต

ตลท.โชว์แผนฟื้นตลาดหุ้น จ่อผุด‘อีทีเอฟ คริปโท’ปีนี้

ตลท.โชว์แผนฟื้นตลาดหุ้น จ่อผุด‘อีทีเอฟ คริปโท’ปีนี้
ทันหุ้น
14 มกราคม 2569 ( 08:15 )
18

#ตลท. #ทันหุ้น - ตลท. ประกาศแผน 3 ปี (2569-2571) ระยะสั้นเร่งดึงฟันด์โฟลว์-นักลงทุนในประเทศกลับมาลงทุน ดันบจ.โรดโชว์ใน-ต่างประเทศมากขึ้น-ออกสินค้าใหม่ “ETF คริปโทเคอร์เรนซี-ฟิวเจอร์คริปโทเคอร์เรนซี” ปีนี้ หวังเพิ่มฐานนักลงทุนรุ่นใหม่ หนุนวอลุ่มเทรดกลับมาคึก เตรียมปรับเกณฑ์ดึงหุ้น IPO ขนาดใหญ่  พร้อมเข้ม CG เล็งเดินสายเข้าพบ “บอร์ดบจ.” สั่งเข้มทำหน้าที่ป้องทุจริตเพื่อสร้างเชื่อมั่นหวังรัฐบาลใหม่เคลื่อนนโยบายดันเศรษฐกิจโต-หนุนตลาดหุ้นไทย

นายอัสสเดช  คงสิริ  กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความท้าทายที่เผชิญอยู่ ทั้งความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยที่ลดลง สภาพคล่องการซื้อขายที่หดตัว การขาดจำนวนธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่เข้าจดทะเบียน การแข่งขันจากต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือก รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงหลายๆ ด้านที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ ความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจชะลอตัว ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เป็นต้น

@แผนเชิงรุก

 โดยจากการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน ตลาดทุนไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อให้กลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ โดยแผน 3 ปีนี้ (2569-2571)จะดำเนินการเชิงรุกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความน่าดึงดูดของตลาด การเพิ่มสภาพคล่อง (วอลุ่มเทรด) การเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน และที่สำคัญคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่น พร้อมสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ทุกภาคส่วน

              สำหรับแผน 3 ปีภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1.รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น โดยจะผนึกกำลังกับพันธมิตรกระตุ้นให้ผู้ลงทุนกลับมาซื้อขายและขยายฐานผู้ลงทุนใหม่ โดยจะมีการเพิ่มสินค้าใหม่ Bond Connect Platform คือการนำพันธบัตรรัฐบาลมาซื้อขาย, Crypto ETF Crypto , Crypto Futures  ซึ่งจะต้องมีการหารือและขอความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานนักลงทุนกลุ่มใหม่ พร้อมขยาย DR และ L&I ETF เพื่อตอบโจทย์ผู้ลงทุนกลุ่มต่างๆ

รวมถึงตลท.เตรียมจัดโรดโชว์ Inbound และ Outbound เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยจะเริ่มโรดโชว์หลังรัฐบาลจัดตั้งเสร็จและมีนโยบายชัดเจนเพื่อนำไปให้ข้อมูลแก่นักลงทุนต่างประเทศ เบื้องต้นจะไปไตรมาสละ1 ครั้ง  ควบคู่ไปกับการทบทวนกฎเกณฑ์เพื่อปลดล็อกอุปสรรคการลงทุนจากต่างประเทศ

@ปรับเกณฑ์ IPO

นายอัสสเดช  กล่าวว่า ตลท.จะทบทวนกฎเกณฑ์และกระบวนการ IPO ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพและดึงดูดธุรกิจที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย และผลักดันให้สามารถแข่งขันกับตลาดหุ้นต่างประเทศได้ พร้อมร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ดึงบริษัทกลุ่ม New Economy, บริษัทต่างชาติ รวมถึง SME และ Startup เข้าสู่ตลาดทุนไทย

ขณะเดียวกัน มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มบริษัทจดทะเบียนในการสนับสนุนบริษัทขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพการเติบโตให้ออกมาสื่อสารกับนักลงทุนทั้งในประเทศและออกไปโรดโชว์มากขึ้น  ซึ่งโครงการ JUMP+ ก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับบจ.เช่นกันเพราะบจ.ได้มีการทำแผนกลยุทธ์การเติบโตในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ปีนี้ก็จะเห็นแผนมากขึ้น

“ปีนี้เป็นปีที่สำคัญที่บจ.จะต้องมีการสื่อสารแผนการดำเนินงาน หรือแผนการเติบโตให้นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะหากไม่มีการสื่อสารข้อมูลนักลงทุนก็จะไม่ทราบและไม่สามารถตัดสินใจการลงทุนได้ ดังนั้นบจ.ทั้งที่เข้าโครงการ JUMP+ และไม่ได้เข้าโครงการที่ต้องการดำเนินงานซึ่งจะเป็นหนึ่งปัจจัยที่สร้างเสน่ห์ทำให้นักลงทุนกลับมาซื้อขายในตลาดหุ้นไทยหลังตลาดหุ้นไทยซบเซามาแล้ว 5-6 ปี”

@เข้ม CG

ส่วนการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านบรรษัทภิบาล (CG) ของบจ. ตลาดหลักทรัพย์ ก็จะมีการดำเนินการเชิงรุกในการเข้าพบคณะกรรมการ (บอร์ด) บจ.ทุกแห่งให้ตระหนักและทำหน้าที่ของบอร์ดอย่างเข้มแข็งเพื่อป้องกันไม่ได้เกิดเหตุการณ์ทุจริตเกิดขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน

อย่างไรก็ตามหวังการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์จะราบรื่น เพราะนักลงทุนต่างประเทศมีการสื่อสารกับตลท.มาตลอดจะมีการถามถึงความมั่นคงของนโยบายของภาครัฐเป็นเรื่องสำคัญ  ในอดีตที่ตลท.ไปโรดโชว์ต่างประเทศนั้นนโยบายที่รัฐบาลประกาศน่าสนใจและผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตดี ก็จะส่งผลดีมาที่ตลาดหุ้นไทยเพราะนักลงทุนก็จะสนใจเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช่นกัน 

ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลมีการสนับสนุนธุรกิจของไทยที่มีความได้เปรียบในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเฮลธ์แคร์ เวลเนส อาหาร ให้มีความสามารถการแข่งขันมากขึ้น เพราะธุรกิจสามารถต่อยอดได้อีกมากในอนาคต เช่น ลดอุปสรรคขั้นตอนการขออนุญาตต่างๆ และส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกมากขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง