รีเซต

MTC สินเชื่อทะลุ 1.94 แสนล้าน! นำกลุ่มลีสซิ่ง บวกสวนตลาด โบรกคาดกำไร Q3 โต 13.1% เคาะเป้า 55 บาท

MTC สินเชื่อทะลุ 1.94 แสนล้าน! นำกลุ่มลีสซิ่ง บวกสวนตลาด โบรกคาดกำไร Q3 โต 13.1% เคาะเป้า 55 บาท
ทันหุ้น
5 พฤศจิกายน 2569 ( 10:58 )

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #MTC สินเชื่อทะลุ 1.94 แสนล้าน! นำกลุ่มลีสซิ่ง บวกสวนตลาด โบรกคาดกำไร Q3 โต 13.1% เคาะเป้า 55 บาท

บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC) กำลังเดินหน้าสร้างการเติบโตท่ามกลางการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง โดยบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ประเมินว่ากำไรไตรมาส 3/2569 จะอยู่ที่ 1,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% จากปีก่อน และ 2.4% จากไตรมาสก่อน

จุดที่น่าสนใจไม่ได้มีแค่สินเชื่อที่ขยายตัว แต่ยังรวมถึงต้นทุนทางการเงินที่มีแนวโน้มลดลงจากการทยอยเปลี่ยนหุ้นกู้ต้นทุนสูงเป็นหุ้นกู้ที่มีต้นทุนต่ำกว่า ช่วยเพิ่มส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยและสนับสนุนกำไรในระยะถัดไป

ทิสโก้จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมประเมินมูลค่าที่เหมาะสม 55 บาท

สินเชื่อโต 7.3% แตะ 1.94 แสนล้านบาท

หัวใจสำคัญของการเติบโต MTC ในไตรมาส 3/2569 คือการขยายตัวของสินเชื่อ โดยทิสโก้คาดว่ายอดสินเชื่อจะเพิ่มขึ้น 7.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 194,000 ล้านบาท หรือเติบโต 2.6% จากไตรมาสก่อน

การเติบโตดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้แนวทางปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น โดยบริษัทเน้นลดสัดส่วนสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ลดสินเชื่อที่มีวงเงินต่อรายสูง และกำหนดวงเงินสินเชื่อเทียบกับหลักประกันอย่างรัดกุม

ด้านเครือข่ายสาขายังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 MTC มีสาขารวม 8,964 แห่ง เพิ่มขึ้นจาก 8,906 แห่ง ณ สิ้นไตรมาส 2/2569

อีกปัจจัยที่ทิสโก้คาดว่าจะช่วยสนับสนุนรายได้ คืออัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากระดับ 17.05% ในไตรมาส 2/2569 เนื่องจากไตรมาส 3 มีจำนวนวันมากกว่าไตรมาสก่อน

คุมความเสี่ยงสินเชื่อเข้ม แม้ Credit Cost ขยับขึ้น

การเติบโตของสินเชื่อจะมีความหมายมากขึ้น หากสามารถรักษาคุณภาพลูกหนี้ได้ควบคู่กัน ซึ่งทิสโก้มองว่า MTC ยังดำเนินนโยบายปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง และคาดว่าคุณภาพสินทรัพย์ในไตรมาส 3 จะไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาสก่อน

อย่างไรก็ตาม ทิสโก้ประเมิน Credit Cost หรือค่าใช้จ่ายสำรองหนี้เสียที่ 2.50% เพิ่มขึ้นจาก 2.34% ในไตรมาส 2/2569

ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินภายใต้สมมติฐานเชิงอนุรักษ์นิยม เนื่องจากทิสโก้มองว่าบริษัทอาจเลือกเพิ่มอัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง จากระดับ 142.6% ในไตรมาส 2/2569 เทียบกับ 139.7% ในไตรมาส 3/2568

พูดง่าย ๆ คือ แม้บริษัทจะยังขยายสินเชื่อ แต่ก็ให้ความสำคัญกับการกันเงินสำรองเพื่อรองรับความเสี่ยงจากลูกหนี้ด้วย

ลดต้นทุนหุ้นกู้ หนุน NIM ขยับขึ้น

อีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญของ MTC มาจากต้นทุนทางการเงินที่มีแนวโน้มลดลง

บริษัทให้ข้อมูลกับนักวิเคราะห์ว่า การทยอยทดแทนหุ้นกู้ที่มีต้นทุนสูงด้วยหุ้นกู้ต้นทุนต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย โดยได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและอันดับความน่าเชื่อถือที่ดีขึ้น

ทิสโก้ประเมินว่าต้นทุนทางการเงินจะลดลงประมาณ 10 จุดพื้นฐาน (bps) ในไตรมาส 3/2569 และมีโอกาสปรับลดลงต่อในไตรมาส 4/2569

ผลที่ตามมาคือส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จาก 13.44% ในไตรมาส 1/2569 และ 13.72% ในไตรมาส 2/2569

ประเด็นนี้ถือเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะธุรกิจสินเชื่อไม่ได้แข่งขันกันเพียงการขยายยอดปล่อยกู้ แต่ยังต้องบริหารต้นทุนเงินทุนให้เหมาะสม เพื่อรักษาส่วนต่างรายได้และความสามารถในการทำกำไรด้วย

ทิสโก้คาดกำไร 9 เดือนโต 15% ลุ้นทั้งปีแตะ 7.54 พันล้านบาท

จากสินเชื่อที่เติบโต รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ทิสโก้ประเมินว่า MTC จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% YoY และ 2.4% QoQ

การเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนมีแรงสนับสนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินเชื่อและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง รวมถึงการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าค่าใช้จ่ายสำรองจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.4% YoY

ส่วนกำไรสุทธิสะสม 9 เดือนแรกของปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 5,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY คิดเป็น 75% ของประมาณการกำไรทั้งปีของทิสโก้

สำหรับปี 2569 ทิสโก้คาดกำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 12.2% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 7,540 ล้านบาท โดยประเมินมูลค่าหุ้นด้วย P/E ประมาณ 8 เท่า

จับตาประกาศงบ 10 พฤศจิกายน

MTC มีกำหนดประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 หลังตลาดปิดวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 ก่อนจัดประชุมออนไลน์แบบสาธารณะในวันที่ 12 พฤศจิกายน เวลา 15.15-16.00 น. และตามด้วยการประชุมนักวิเคราะห์เป็นภาษาอังกฤษ

ทิสโก้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมมูลค่าที่เหมาะสม 55 บาท โดยให้น้ำหนักกับสินเชื่อที่เติบโต การลดต้นทุนทางการเงิน และการบริหารคุณภาพสินทรัพย์

สำหรับนักลงทุน ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือผลประกอบการจริงเทียบกับประมาณการ โดยเฉพาะ NIM, Credit Cost และทิศทางต้นทุนทางการเงิน ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการรักษาการเติบโตของกำไร MTC

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง