รีเซต

"วอเรน บัฟเฟตต์" ขาย "หุ้นธนาคาร" ปรับพอร์ตโยกเงินไปลง "หุ้นพลังงาน"

"วอเรน บัฟเฟตต์" ขาย "หุ้นธนาคาร" ปรับพอร์ตโยกเงินไปลง "หุ้นพลังงาน"
TNN ช่อง16
2 เมษายน 2569 ( 16:06 )
17

วอเรน บัฟเฟตต์ กำลังปิดฉากเส้นทางการลงทุนอันยาวนานด้วยการตัดสินใจขายหุ้นครั้งใหญ่ และโยกเงินไปยังอุตสาหกรรมใหม่” อย่างชัดเจน นักลงทุนระดับตำนานผู้นี้ ซึ่งเป็น CEO ของ Berkshire Hathaway ได้สร้างผลตอบแทนมหาศาลให้ผู้ถือหุ้นมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี ดังนั้นทุกการเคลื่อนไหวของเขาจึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

โดยล่าสุดวอเรน บัฟเฟตต์ได้ตัดสินใจขายหุ้นใน Bank of America ออกไปประมาณ 50% ของที่ถืออยู่ โดยมีมูลค่ามูลค่าการขายหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นหนึ่งในการขายครั้งใหญ่ที่สุดของ Berkshire ในช่วงหลัง ทำให้สัดส่วนการถือครองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

เดิมที Bank of America เป็นหนึ่งใน “หุ้นหลัก” (core holding) ของ Berkshire มาอย่างยาวนาน การขายครั้งนี้จึงถูกตีความว่าวอเรน บัฟเฟตต์มองว่าหุ้นกลุ่มธนาคาร อาจไม่ถูกอีกต่อไป หรือมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยและเศรษฐกิจปัจจุบัน

ในช่วงที่ผ่านมา Berkshire Hathaway กลายเป็นผู้ขายหุ้นมากกว่าซื้อ หรือ net seller และหันมาสะสมเงินสดในระดับที่สูงมาก ซึ่งเป็นสัญญาณที่วอเรน บัฟเฟตต์เคยทำในอดีต โดยมักเกิดขึ้นในช่วงที่เขามองว่า “ตลาดโดยรวมเริ่มแพง”

โดยหลังจากการขายหุ้นธนาคารออกไป วอเรน บัฟเฟตต์เข้าซื้อหุ้นน้ำมันอย่างหนัก เงินที่ได้จากการขาย ถูกนำไปเพิ่มน้ำหนักในหุ้นพลังงาน โดยเฉพาะ Occidental Petroleum หรือ OXY โดยที่ Berkshire ลงทุนเพิ่มประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์ ทำให้หุ้นพลังงานกลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่วอเรน บัฟเฟตต์เชื่อมั่นสูงมาก

แล้วทำไมทำไมวอเรน บัฟเฟตต์ถึงเลือก Occidental Petroleum เหตุผลหลักคือราคาหุ้นยังไม่แพง แม้หุ้นพลังงานจะขึ้นมาแล้ว แต่เมื่อเทียบกับกำไร ยังถือว่า “valuation” น่าสนใจ กระแสเงินสดแข็งแกร่ง บริษัทน้ำมันทำกำไรได้ดีจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง แนวโน้มอุตสาหกรรมยังดี ความต้องการพลังงานยังสูงทั่วโลก อุปทานมีข้อจำกัดในบางภูมิภาค

การเคลื่อนไหวของวอเรน บัฟเฟตต์สะท้อนว่า ตลาดหุ้นโดยรวมอาจตึงตัว หรือแพงไปแล้ว หุ้นบางกลุ่ม เช่น ธนาคาร อาจมีความเสี่ยงเพิ่ม เขาเลือกที่จะลงทุนในธุรกิจที่สร้างเงินสดจริง และยังคงถือเงินสดจำนวนมากเพื่อรอโอกาสในอนาคต

วอเรน บัฟเฟตต์อาจจะกำลังชี้ให้เห็นว่าถึงเวลาที่จะต้อง ลดความเสี่ยง (de-risk) และเพิ่มการลงทุนใน sector ที่มีพื้นฐานแข็งแรง รวมถึงเตรียมพร้อมสำหรับความผันผวนในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง