แนะถือเงินสด 50% รับมือตลาดผันผวน

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล. เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 14 ก.ค. 2569 ประเมินทิศทางการลงทุน ท่ามกลางความกังวลจากสถานการณ์ราคาน้ำมันและราคาทองคำที่ผันผวน พร้อมแนะกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนที่เหมาะสม
กังวลราคาน้ำมันพุ่ง กระทบสถานะการคลัง
นายประกิต เปิดเผยว่า ทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวพุ่งขึ้นเกือบ 10% ถือเป็นปัจจัยที่น่ากังวล หากราคายังเคลื่อนไหวในกรอบ 70-80 ดอลลาร์ ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ประเมินไว้ แต่หากราคาปรับขึ้นต่อเนื่อง จะนำความเสี่ยงเดิมกลับมากดดันตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านการนำเข้าน้ำมันและสถานะทางการคลัง เนื่องจากรัฐบาลเพิ่งได้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท หากต้องนำเงินมาอุดหนุนราคาจนเต็มเพดานหนี้ อาจส่งผลให้ต้องพิจารณาเรื่องการกู้เงินใหม่อีกครั้ง ซึ่งปัจจัยหลักเกิดจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและคาดเดาทิศทางได้ยาก
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่ตลาดประเมินได้ยาก แนะนำให้แบ่งสัดส่วนการลงทุนแบบ "50:50" โดยถือหุ้น 50% และถือเงินสดสำรองไว้ 50% เพื่อรอจังหวะตลาดที่ชัดเจน
กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจและปลอดภัยที่สุด (Safe Haven) คือ กลุ่มส่งออกอาหาร เนื่องจากได้อานิสงส์จากทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าได้ยากในสถานการณ์เช่นนี้ ส่วนกลุ่มส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อาจได้รับผลกระทบทางจิตวิทยาเชิงลบ (Sentiment) สำหรับกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ สามารถเลือกลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงได้บางส่วน (เช่น หุ้น PTTEP รวมถึง DR น้ำมัน) แต่ควรลดสัดส่วนหุ้นที่เคยเก็งกำไรกันมาสูงก่อนหน้านี้ลง
จับตาราคาทองคำผันผวนจากปัจจัย Real Yield
ในส่วนของราคาทองคำ นายประกิต ระบุว่า ปัจจัยที่กดดันราคาทองคำในขณะนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องสถานการณ์สงครามเท่านั้น แต่ยังมีความน่ากังวลเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลดึงให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) สูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้นักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อทองคำจำเป็นต้องประเมินจังหวะอย่างระมัดระวัง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
