รีเซต

หุ้นไทยลุ้นทดสอบ 1,644 จุด รับ Fed เติมสภาพคล่อง

หุ้นไทยลุ้นทดสอบ 1,644 จุด รับ Fed เติมสภาพคล่อง
TNN ช่อง16
6 กรกฎาคม 2569 ( 12:40 )
7

สรุปมุมมองทิศทางตลาดหุ้นไทยและกลยุทธ์การลงทุน จากรายการ WEALTH LIVE วันที่ 6 ก.ค. 69 จากการสัมภาษณ์ นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ประเมินดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสทดสอบ 1,644 จุด รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติและการปรับสภาพคล่องของธนาคารกลางสหรัฐฯ พร้อมแนะนำเก็งกำไรหุ้นกลุ่มการเงิน

หุ้นไทยลุ้นเป้า 1,644 จุด ชี้ Valuation เหมาะสม

ทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) หลังจากสามารถทะลุผ่านระดับ 1,610 จุดขึ้นมาได้ ประเมินว่าเป้าหมายในกรอบถัดไปจะอยู่ที่ระดับ 1,644 จุด ซึ่งมองว่าเป็นระดับที่สามารถไปถึงได้ไม่ยาก และเป็นระดับ Valuation ที่เหมาะสม (อยู่ในเกณฑ์ถูก) สำหรับปีนี้ อย่างไรก็ตาม หากดัชนีปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 1,644 จุดไปแล้ว จะถือว่าตลาดเริ่มเข้าสู่เกณฑ์ที่แพง และจะไม่มีการปรับเป้าหมายดัชนีเพิ่มขึ้นอีก

จับตาสภาพคล่อง Fed หวังกดดอกเบี้ยลงทางอ้อม

จากกระแสข่าวช่วงสุดสัปดาห์ที่ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจมีการเติมสภาพคล่องเข้าสู่ระบบจำนวน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประเมินว่าเม็ดเงินดังกล่าวถือว่ามีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับการทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในอดีต

คาดว่าการดำเนินการนี้ เป็นเพียงเครื่องมือบริหารจัดการสภาพคล่องตามปกติของธนาคารกลาง เช่น การทำธุรกรรมเปิดตลาด (Open Market Operations: OMO) หรือ การใช้หน้าต่างตั้งรับ (Standing Facility) เพื่อปล่อยกู้ระยะสั้นข้ามคืน โดยเป้าหมายที่แท้จริงของการเติมสภาพคล่องเข้าสู่ระบบในลักษณะนี้ คือความพยายามในการ "กดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและดอกเบี้ยให้ลดลงทางอ้อม"

ดอลลาร์อ่อนค่า หนุน Fund Flow ไหลเข้าเอเชีย

นัยยะจากการที่ Fed เติมสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ จะส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกระแสเงินทุน (Fund Flow) ในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ฝั่งเอเชีย สะท้อนได้จากทิศทางสกุลเงินในภูมิภาค เช่น เงินวอนที่เริ่มแข็งค่า รวมถึงเงินบาทที่มีแนวโน้มอยากจะแข็งค่าเช่นกัน

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นอินเดียยังเป็นเป้าหมายหลักที่ได้รับความสนใจ ซึ่งส่งผลดีเชื่อมโยงมายังตลาดหุ้นไทยที่มีความคล้ายคลึงกันในระดับหนึ่ง ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติยังคงมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยระดับหลายพันล้านบาทต่อวันในช่วงที่ผ่านมา

กลยุทธ์ลงทุน ชูหุ้นกลุ่มการเงิน KTC-MTC

สำหรับกลยุทธ์การจัดพอร์ตลงทุน หลังจากที่หุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับตัวขึ้นยกแผงไปแล้ว ประเมินว่ากลุ่มที่จะได้รับความสนใจและเป็นผู้นำตลาดในลำดับถัดไปคือ "กลุ่มการเงิน (Finance)" เนื่องจากมีงบการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีหุ้นเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่ KTC และ MTC

ในด้านกลยุทธ์การเข้าซื้อ นักลงทุนสามารถพิจารณาตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ หากเชื่อมั่นในทิศทางของกลุ่มสามารถเข้าซื้อได้ทันทีเพื่อป้องกันการตกรถ หรือหากเน้นความปลอดภัย สามารถใช้กลยุทธ์ "รอจังหวะย่อซื้อ" เมื่อราคาหุ้นมีการพักตัว

ราคาทองคำผันผวน เน้นกลยุทธ์ย่อซื้อสั้นๆ

ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) เริ่มมีการรีบาวด์ขึ้นมาทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,200 ดอลลาร์ แม้ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ระดับโลกจะมีความกังวลถึงความเสี่ยงที่ราคาอาจหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ และลงไปทดสอบแนวรับลึกสุดที่ 3,650 ดอลลาร์ (เทียบเท่าทองคำแท่งในประเทศหลุด 60,000 บาท)

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเก็งกำไรในระยะนี้ แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ "รอย่อซื้อสั้นๆ" โดยอาศัยจังหวะที่ราคาปรับตัวลดลง ในการทยอยเข้าสะสมเพิ่มเติมเพื่อทำกำไรในระยะสั้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง