GLOBAL ปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ขาย” เป็น “ซื้อ” เป้า 7.40 บาท

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #GLOBAL ปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ขาย” เป็น “ซื้อ” เป้า 7.40 บาท
CGSI บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) GLOBAL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 803 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.1% YoY และ 82.4% QoQ สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาด 25% และสูงกว่า Bloomberg Consensus 27% โดยได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้น การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง แม้ว่ายอดขายสาขาเดิม (SSSG) ยังติดลบและสะท้อนอุปสงค์พื้นฐานที่อ่อนตัว
รายได้รวมในไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้นเพียง 2.6% YoY มาอยู่ที่ 8.6 พันล้านบาท ขณะที่ SSSG ยังติดลบ 2.78% สะท้อนว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มสินค้า Home Improvement ยังไม่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิคิดเป็น 37% ของประมาณการกำไรทั้งปีของฝ่ายวิจัย
ปัจจัยสำคัญที่หนุนผลประกอบการมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 26.6% จาก 25.1% ในไตรมาส 1/2568 และ 26.3% ในไตรมาส 4/2568 โดยมีแรงหนุนจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand จาก 24.0% ในปีก่อนเป็น 27.5% ในไตรมาสนี้ ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ช่วยหนุนอัตรากำไรได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับประโยชน์จากการปรับราคาสินค้าตามต้นทุนตลาดที่สูงขึ้น จากความกังวลด้านต้นทุนและอุปทานจากสถานการณ์สงคราม ขณะที่ต้นทุนสินค้าคงเหลือยังอยู่ในระดับต่ำตามวิธีคำนวณต้นทุนเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) ส่งผลให้บริษัทรับรู้กำไรจากการปรับราคาสินค้าและกำไรจากสต็อกสินค้าเพิ่มขึ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยคาดว่าปัจจัยบวกดังกล่าวจะเริ่มทยอยลดลงหลังไตรมาส 2/2569 เมื่อสินค้าต้นทุนใหม่ทยอยเข้ามาแทนที่
ด้านการบริหารต้นทุน GLOBAL ยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี โดยสัดส่วน SG&A ต่อรายได้ลดลงเหลือ 17.7% จาก 18.2% ในไตรมาส 1/2568 ส่งผลให้กำไร EBIT เติบโต 21.7% YoY และอัตรากำไร EBIT เพิ่มขึ้นเป็น 11.3% จาก 9.5% ในปีก่อน
แม้ SSSG จะกลับมาเป็นบวกในระดับเลขหลักเดียวต่ำช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 แต่ฝ่ายวิจัยมองว่าการฟื้นตัวดังกล่าวยังมี “คุณภาพต่ำ” เนื่องจากเกิดจากการเร่งซื้อสินค้าล่วงหน้าของผู้รับเหมาและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ จากความกังวลเรื่องต้นทุนและปัญหาขาดแคลนอุปทาน มากกว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์ที่แท้จริง ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่ยอดขายในช่วงครึ่งหลังปี 2569 อาจชะลอลง หลังอุปสงค์บางส่วนถูกดึงมาใช้ล่วงหน้าแล้ว
ขณะเดียวกัน ต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้นอาจกระทบกำลังซื้อและทำให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อบ้านใหม่หรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยมองว่า GLOBAL ยังมีแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่าผู้ค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้า Home Improvement รายอื่น จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand และมาตรการลดต้นทุนด้านการตลาด สิ่งจูงใจ โลจิสติกส์ และศูนย์กระจายสินค้า ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรและควบคุม SG&A ได้ต่อเนื่อง
ฝ่ายวิจัยจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2569-2571 ขึ้น 6-11% จากสมมติฐาน GPM ที่สูงขึ้นและ SG&A ที่ลดลง พร้อมปรับราคาเป้าหมายตามวิธี DCF ขึ้นเป็น 7.40 บาท ภายใต้สมมติฐาน WACC ที่ 7.6% และ Terminal Growth ที่ 2.0%
พร้อมกันนี้ ยังปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ขาย” เป็น “ซื้อ” โดยมองว่าปัจจัยเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่การฟื้นตัวของอุปสงค์ที่อ่อนแอกว่าคาด และ SG&A ที่อาจลดลงได้น้อยกว่าประมาณการ ขณะที่ปัจจัยบวกสำคัญต่อราคาหุ้นจะมาจาก SSSG ที่ยังสามารถรักษาระดับบวกได้ต่อเนื่อง รวมถึงสัดส่วนสินค้า House Brand ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะถัดไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
