รีเซต

คลื่นการเติบโตระลอกใหม่ของจีน กำลังเริ่มต้นที่หุ้น Mid-Small Cap

คลื่นการเติบโตระลอกใหม่ของจีน กำลังเริ่มต้นที่หุ้น Mid-Small Cap
ทันหุ้น
13 พฤษภาคม 2569 ( 13:42 )

ในปี 2569 ตลาดหุ้นจีน A-Shares กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของโครงสร้างเศรษฐกิจ จากเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยการเติบโตเชิงปริมาณ ไปสู่การเติบโตเชิงคุณภาพ (Quality Growth) ที่เน้นนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และการยกระดับอุตสาหกรรมภายในประเทศมากขึ้น ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 รัฐบาลจีนเริ่มให้ความสำคัญ  กับการสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว มากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นแบบในอดีต

หนึ่งในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ คือหุ้นจีนขนาดกลางและขนาดเล็กในดัชนี CSI 500 ซึ่งประกอบด้วยบริษัทลำดับที่ 301–800 ของตลาดหุ้นจีน บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต               เช่น Semiconductor, Robotics, Advanced Manufacturing, Clean Energy, Healthcare Technology และ Industrial Materials ซึ่งถือเป็น “หัวใจของห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่” ของจีน

*หุ้นกลาง-เล็กน่าสนใจ

ความน่าสนใจของกลุ่ม Mid-Small Cap อยู่ที่บทบาทสำคัญในการผลักดันยุทธศาสตร์ Self-Sufficiency           และ Localization ของจีน โดยเฉพาะในช่วงที่ความตึงเครียดทางเทคโนโลยีระหว่างจีนและชาติตะวันตกยังคงดำเนินต่อไป จีนจึงเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตเทคโนโลยีต้นน้ำและชิ้นส่วนสำคัญภายในประเทศ ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังเดินหน้ายุทธศาสตร์ “Little Giants” เพื่อสนับสนุนบริษัทนวัตกรรมขนาดกลางและเล็ก ผ่านกองทุนระดับชาติ มาตรการส่งเสริมเทคโนโลยี และการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานยุทธศาสตร์ โดยจำนวนบริษัทในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของรัฐบาลในการสร้าง “New Economy” ของจีน

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงของ Policy Cycle จากช่วง “Regulation Cycle” ที่เน้นควบคุมภาคธุรกิจ ไปสู่ “Growth Support Cycle” ที่เริ่มกลับมาสนับสนุนการเติบโตของภาคเอกชนและอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น โดยเฉพาะนโยบาย “Anti-Involution” ที่มุ่งลดการแข่งขันตัดราคาจนเกินสมดุลในหลายอุตสาหกรรม เช่น EV, Solar และอุตสาหกรรมวัสดุพื้นฐาน ซึ่งช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับอัตรากำไรของบริษัทและเพิ่มโอกาสเกิด Margin Expansion      ในระยะถัดไป

*ปัจจัยบวกเริ่มกลับมา

นอกจากนี้ จังหวะการลงทุนในปัจจุบันยังถือว่าน่าสนใจ เพราะหลายปัจจัยเริ่มกลับมาพร้อมกัน ทั้งการฟื้นตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน และระดับ Valuation ที่ยังอยู่ในโซนไม่แพงเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโต รวมถึงสภาพคล่องส่วนเกินในระบบเศรษฐกิจจีนที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยจีนมีอัตราการออมภาคครัวเรือนมากกว่า 35% ของ GDP ซึ่งถือว่าสูงมากในเชิงประวัติศาสตร์ หากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว เงินทุนส่วนนี้มีโอกาสไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ

ในด้านประมาณการกำไร ตลาดคาดว่ากลุ่ม Mid-Small Cap จะมีอัตราการเติบโตของกำไรโดดเด่นกว่าหุ้นขนาดใหญ่ในช่วงปี 2026 ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมใหม่ มากกว่าการฟื้นตัวแบบวัฏจักรระยะสั้น ขณะเดียวกัน ระดับ Forward P/E ของตลาดหุ้นจีนยังอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ทำให้ยังเปิด Upside ต่อการ Re-rating หากความเชื่อมั่นนักลงทุนเริ่มกลับมา

ท้ายที่สุด แม้ตลาดหุ้นจีนยังคงมีความผันผวนในระยะสั้นจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก แต่สำหรับ นักลงทุนระยะยาว การเปลี่ยนผ่านสู่ “New China Growth Story” อาจเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่น่าสนใจของตลาดเอเชียในทศวรรษหน้า และหุ้นจีนขนาดกลางและขนาดเล็กในดัชนี CSI 500 คือ หนึ่งในกลุ่มที่สะท้อนโอกาสดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ข้อมูลเชิงตัวเลขและประมาณการในบทความนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในปัจจุบัน และอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

คอลัมน์: How to ลงทุน by MFC
โดย ไชยวัฒน์ คมโสภาพงศ์ CFP®
บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง