รีเซต

กทม. กลับมายอดพุ่ง ติดโควิด 1,630 ราย สูงสุดในประเทศ สมุทรปราการรั้งที่ 2 ติด 700 คน

กทม. กลับมายอดพุ่ง ติดโควิด 1,630 ราย สูงสุดในประเทศ สมุทรปราการรั้งที่ 2 ติด 700 คน
มติชน
21 มกราคม 2565 ( 13:20 )
25
กทม. กลับมายอดพุ่ง ติดโควิด 1,630 ราย สูงสุดในประเทศ สมุทรปราการรั้งที่ 2 ติด 700 คน

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก มียอดผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่ม 3,595,163 ราย มียอดรวม 343,046,888 ราย รักษาหายแล้ว 1,909,978 ราย เสียชีวิตรวม 9,084 ราย โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 70,544,862 ราย อินเดีย 38,563,632 ราย บราซิล 23,588,921 ราย สหราชอนาจักร 15,613,283 ราย และฝรั่งเศส 15,600,647 ราย

 

โดยในประเทศไทย จำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุด 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร พบผู้ติดเชื้อ 1,630 ราย สมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อ 700 ราย ชลบุรี พบผู้ติดเชื้อ 482 ราย นนทบุรี พบผู้ติดเชื้อ 469 ราย ภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อ 377 ราย ปทุมธานี พบผู้ติดเชื้อ 294 ราย ขอนแก่น พบผู้ติดเชื้อ 273 ราย นครราชสีมา พบผู้ติดเชื้อ 189 ราย อุบลราชธานี พบผู้ติดเชื้อ 155 ราย และนครปฐม พบผู้ติดเชื้อ 151 ราย

 

สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อประจำวันนี้ (21 มกราคม) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,640 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวัง และระบบบริการฯ จำนวน 8,369 ราย จากการค้นหาเชิงรุกจำนวน 56 ราย จากเรือนจำจำนวน 20 ราย และผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศจำนวน 195 ราย ซึ่งทำให้มีจำนวนผู้ป่วยรวมสะสม 138,267 ราย ในส่วนของผู้ที่หายป่วยวันนี้ มีจำนวน 8,641 ราย รวมหายป่วยสะสม 88,488 ราย มีผู้ป่วยที่กำลังเข้ารับการรักษาอยู่ 82,720 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยอาการหนัก 540 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 118 ราย สำหรับตัวเลขผู้เสียชีวิตในวันนี้มีจำนวน 13 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 302 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.22

 

ด้านการฉีดวัคซีน ประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้วรวม 111,323,026 โดส โดยวันนี้ฉีดวัคซีนไป 523,090 โดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 เพิ่มขึ้น 46,078 ราย คิดเป็นร้อยละ 72.1 ของจำนวนประชากรทั้งหมด เข็มที่ 2 เพิ่มขึ้น 110,971 ราย คิดเป็นร้อยละ 66.6 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และเข็มที่ 3 เพิ่มขึ้น 366,041 ราย คิดป็นร้อยละ 15.8 ของจำนวนประชากรทั้งหมด

 

 

นอกจากนี้ทางศบค. ยังได้ออกประกาศแผนการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (ฝาสีส้ม) ซึ่งเป็นสูตรสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ในส่วนของล็อตแรก จะฉีดให้แก่เด็กอายุ 5 – 11 ปี ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง โรคเรื้อรัง ทั้งหมด 7 กลุ่มโรค โดยจะต้องผ่านการพิจารณาจากกุมารแพทย์ ส่วนล็อตถัดไป สำหรับเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ทุกจังหวัด แบ่งฉีดตามสัดส่วนนักเรียน และสำรองกรณีระบาดในพื้นที่ ซึ่งจะทำการฉีดในสถานพยาบาล หรือเด็กที่เรียนหนังสือที่บ้าน (Homeschool) ทั้งนี้ ทางด้านกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยไทม์ไลน์ หรือตารางเวลาการเตรียมความพร้อมการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ในเด็กอายุ 5 ปี ไม่เกิน 12 ปี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ในวันที่ 1 ก.พ.นี้ เข็มที่ 2 ในวันที่ 26 ก.พ. เป็นต้นไป โดยมีตัวเลขเด็กนักเรียนอายุ 5-12 ปีที่ เข้าข่าย ได้รับการฉีดวัคซีน จำนวน 5.2 ล้านคน

 

สำหรับผู้เสียชีวิตในวันนี้ เป็นผู้เสียชีวิตจากกรุงเทพมหานคร 4 ราย นนทบุรี 1 ราย บุรีรัมย์ 1 ราย อุบลราชธานี 1 ราย แม่ฮ่องสอน 1 ราย สงขลา 1 ราย ชลบุรี 2 ราย จันทบุรี 1 ราย ตราด 1 ราย และราชบุรี 1 ราย เป็นเพศชาย 10 ราย หญิง 3 ราย ค่าเฉลี่ยอายุของผู้เสียชีวิต คือ 83 ปี

 

ในส่วนของผู้ที่เดินทางเข้าประเทศและพบว่าติดเชื้อวันนี้ ทั้งหมด 195 ราย จากระบบ Test & Go จำนวน 52 ราย ระบบแซนด์บ็อกซ์ จำนวน 95 ราย ระบบกักตัว 46 ราย และลักลอบเข้ามา 2 ราย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง